คลอรีนเหลว
1. รายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ (Product Data)
ชื่อทางการค้า คลอรีนเหลว
ชื่อทางเคมี Liquid Chlorine
สูตรทางเคมี Cl2
การใช้ประโยชน์ ฆ่าเชื้อ บำบัดน้ำเสีย
ปริมาณสูงสุดที่มีไว้ในครอบครอง ระหว่าง 200 เมตริกตัน
ผู้ผลิต/ผู้นำเข้า บริษัท สยาม พีวีเอส เคมิคอลส์ จำกัด
ที่อยู่
403 นิคมอุตสาหกรรมบางปู ถ.สุขุมวิท ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ10280 โทรศัพท์ 02 323 9980-1 โทรสาร 02 323 9188
2. การจำแนกสารเคมีอันตราย (Chemical Classification)
U.N. Number 1017
CAS No 7782-50-5
3. สารประกอบที่เป็นอันตราย (Hazardous Ingredients)
ชื่อสารเึคมี(Substances) คลอรีนเหลว
เปอร์เซ็นต์(Percent) 99.50-100%
ค่ามาตรฐานTLV 1.5 mg/m3 or 0.5 ppm
ความปลอดภัยLD50 -
4. ข้อมูลทางกายภาพและเคมี (Physical and Chemical Data)
จุดเดือด (Boiling Point °C) -34° C @ 760 mmHg
จุดหลอมเหลว 0 °C (Melting Point °C) -101° C
ความดันไอ (Vapour pressure) 2,748 mmHg @ 0° C
การละลายได้ในน้ำ (Solubility in Water) 0.7% @ 20° C
ความถ่วงจำเพาะ(Specific Gravity (H2O = 1.0)) 1.4 @ 15.4° C
อัตราการระเหย (Evaporating Rate) 100%
ลักษณะสี และกลิ่น(Appearance Colour and Odor)
เป็นของเหลว สีเหลืองอำพัน เป็นก๊าซสีเหลืองเขียว มีกลิ่นฉุน
ความเป็นกรดด่าง (pH-value) -
5. ข้อมูลด้านอัคคีภัยและการระเบิด (Fire and Explosion Hazard Data)
---5.1 จุดวาบไฟ (Flash Point)
---5.2 ขีดจำกัดการติดไฟ (Flammable limits-LEL) - ค่าต่ำสุด (LEL)% -, ค่าสูงสุด (UEL)%
---5.3 อุณหภูมิที่สามารถติดไฟได้เอง (Autoignition Temperature)
---5.4 การเกิดปฏิกิริยาทางเคมี (Chemical Reactivity)
------- ทำปฏิกิริยารุนแรงกับสารติดไฟ, น้ำ และสารเคมีอื่นๆ
------- ทำปฏิกิริยากับน้ำหรือไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S) ได้ HCl
------- ทำปฏิกิริยาได้ดีกับสารไฮโดรคาร์บอน, ผงโลหะ, สารประกอบไนโตรเจน
------- ทำปฏิกิริยากับ CO ได้ Phosgene, กับ SO2 ได้ Sulfuryl Chlorine
------- ทำปฏิกิริยากับสารอินทรีย์บางชนิดได้วัตถุระเบิด และทำให้โลหะผุกร่อนได้ เมื่ออยู่ในที่ชื้น
---5.5 สารที่ต้องหลีกเลี่ยงจากกัน (Material to Avoid)
------- อะเซทิลีน, เทอร์เพนไทน์, แอมโมเนีย, ไฮโดรเจน, อีเทอร์, ฝุ่นโลหะ, ซัลเฟอร์,อลูมิเนียม และ สารที่ทำปฏิกิริยา ดังกล่าวข้างต้น---5.6 สารอันตรายที่เกิดจากการสลายตัว (Hazardous Decomposition Products)
---5.7 สารอันตรายที่เกิดจากการสลายตัว (Hazardous Decomposition Products)
6. ข้อมูลเกี่ยวกับอันตรายต่อสุขภาพ (Health Hazard Data)
---6.1 ทางเข้าสู่ร่างกาย (Ways of Exposure)
------- ระบบหายใจ ตา ผิวหนัง ระบบย่อยอาหาร
---6.2 อันตรายเฉพาะที่ (ผิวหนัง ตา เยื่อบุ) (Local Effects(Skin Eyes Moucous Membranes))
------- อาจทำให้ไหม้ต่อผิวหนังและตา ทำความระคายเคืองต่อจมูก คอ และระบบทางเดินหายใจส่วนบน ถ้าได้รับคลอรีน
------- ปริมาณ 0.2 ppm ทำให้คันจมูก
------- ปริมาณ 1 ppm ทำให้คอแห้ง ไอ และหายใจลำบาก
------- ปริมาณ 1.3 ppm ทำให้หายใจตื้น ปวดศรีษะ
------- มากกว่า 30 ppm ทำให้สำลัก เจ็บหน้าอก และอาเจียน
------- มากกว่า 100 ppm ทำให้หลอดลมอักเสบ ปอดบวม และเสียชีวิตได้
---6.3 ผลจากการสัมผัสสารที่มากเกินไปในระยะสั้นๆ (Effects of Overexposure Short-term)
------- ทำความระคายเคืองอย่างรุนแรงต่อจมูก คอ และระบบทางเดินหายใจส่วนบน
---6.4 ผลจากการสัมผัสสารที่มากเกินไปในระยะยาว (Effects of Overexposure Long-term)
------- อาจทำให้เสียชีวิตได้---6.5 ค่ามาตรฐานความปลอดภัย TLV
------- TLV-TWA 0.5 ppm ; 1.5 mg/m3
7. มาตรการด้านความปลอดภัย (Safety Measures)
---7.1 ข้อมูลการป้องกันโดยเฉพาะทาง (Special Protection Information)
-------7.1.1 การป้องกันไฟและการระเบิด (Fire and Explosion Prevention)
---------- ห้ามเก็บถังบรรจุคลอรีนใกล้ความร้อนหรือเปลวไฟ คลอรีนที่เป็นก๊าซหรือของ เหลว
---------- จะไม่ติดไฟแต่จะสนับสนุนการเผาไหม้,ต่อปฏิกิริยาและทำปฏิกิริยารุนแรง ก๊าซคลอรีนเป็นก๊าซที่หนัก จึงสะสมในบริเวณต่ำๆ
---------- ในกรณีที่ไฟไหม้ควรย้ายรถบรรทุกและถังเก็บคลอรีนออกจากบริเวณที่ไฟไหม้ทันที ส่วนถังเก็บที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ให้ฉีดน้ำ เพื่อลดอุณหภูมิของถังเก็บ
---------- ถ้าจำเป็นต้องหยุดการรั่วไหลของก๊าซคลอรีน ให้ฉีดน้ำเป็นฝอยให้ละอองน้ำจับก๊าซโดย ต้องยืนเหนือลม พนักงานต้องสวมชุดกันก๊าซคลอรีน
---------- สามารถใช้โฟม, ผงเคมีแห้ง หรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในการดับไฟ โดยเลือกใช้ให้เหมาะสมกับชนิดของไฟที่เกิดในบริเวณนั้น
-------7.1.2 การระบายอากาศ (Ventilation)
---------- ห้ามปล่อยสู่บรรยากาศ ต้องมีหน่วยดูดกลืนก๊าซคลอรีน(Chlorine Scrubber)
-------7.1.3 ชนิดของอุปกรณ์ป้องกันทางการหายใจ (Respiratory Protection Type)
---------- กรณีที่ความเข้มข้นในอากาศต่ำ สวมหน้ากากชนิดป้องกันก๊าซชนิดคลุมทั้งหน้า แต่ถ้ามีความเข้มข้นของไอกรดมากต้องสวมหน้ากากพร้อมถังบรรจุอากาศ
-------7.1.4 การป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับมือ (Hand Protection)
---------- สวมถุงมือชนิดคลุมถึงศอก หรือชุดคลุมชนิดคลุมทั้งตัวซึ่งทำจาก PVC
-------7.1.5 การป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับตา (Eye Protection)
---------- สวมแว่นตากันสารเคมี หรือที่ครอบตา(Goggle)
-------7.1.6 การป้องกันอื่นๆ
---------- สวมรองเท้าบู๊ทซึ่งทำจาก PVC
---7.2 การปฐมพยาบาล (First Aid)
-------7.2.1 กรณีสัมผัสสารเคมีทางผิวหนัง
---------- ถอดชุดที่เปื้อนออก แล้วล้างผิวหนังที่เปื้อนด้วยน้ำอย่างน้อยที่สุด 15 นาที ถ้ายังมีอาการระคายเคือง
---------- ควรไปพบแพทย์
-------7.2.2 กรณีสัมผัสสารเคมีทางตา
---------- ล้างตาด้วยน้ำอย่างน้อยที่สุด 15 นาที ระวังอย่าให้น้ำล้างตาไหลเข้าตาข้างที่ไม่ถูกสาร แล้วนำส่งแพทย์
-------7.2.3 กรณีสัมผัสสารเคมีโดยการหายใจ
---------- ย้ายผู้ป่วยออกจากที่เกิดเหตุไปที่อากาศบริสุทธิ์ ถ้าหยุดหายใจให้ช่วยหายใจ แล้วนำส่งแพทย์
-------7.2.4 ข้อมูลเพิ่มเติมในการรักษาพยาบาล (ระบุการรักษาหรือแก้พิษ)
---------- กรณีที่กลืนกินสารเคมีเข้าไป ห้ามทำให้อาเจียน ควรให้ผู้ป่วยดื่มนม หรือน้ำในปริมาณมากๆ แล้วนำส่งแพทย์
8. ข้อปฏิบัติที่สำคัญ (Special Instructions)
---8.1 การขนย้ายและการจัดเก็บ (Handing and Storing)
------- ภาชนะที่ขนย้ายและจัดเก็บต้องแข็งแรง ปิดได้สนิท มีฉลากกำกับชัดเจน โดยเก็บในที่อากาศถ่ายเทสะดวก
---8.2 การป้องกันการกัดกร่อนของสารเคมี (Corrosiveness)
------- บรรจุในภาชนะที่เป็นวัสดุทนการกัดกร่อน เช่น เหล็กเคลือบผิวด้วยยางกับ PE, PP หรือพลาสติกชนิดอื่น
---8.3 การป้องกันการรั่วและการหก (Spill and Leak Procedures)
------- เก็บในภาชนะที่ปิดสนิท และเตรียมถังสำรองไว้ ในกรณีที่มีการรั่วไหลต้องทำลายสภาพกรดโดยใช้โซดาแอชหรือปูนขาว
---8.4 การกำจัดสิ่งปฏิกูลที่เกิดจากสารเคมี (Disposal Methods)
------- น้ำเสียที่มีคลอรีนอิสระละลายอยู่ในน้ำเสีย ก่อนทิ้งต้องกำจัดคลอรีนอิสระโดย เติมโซเดียมซัลไฟต์ (Na2SO3)
------- การทิ้งเป็นไปตามกฏหมายสิ่งแวดล้อมเพื่อให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
----8.5 การใช้สารดับเพลิง (Extingulishing Media)
------- คลอรีนเป็นสารที่ไม่ติดไฟ แต่ถ้าไฟไหม้เราสามารถใช้น้ำ, โฟม, ผงเคมีแห้ง หรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ดับไฟได้
หาข้อมูลเพิ่มเติม เคมีภัณฑ์ ตัวอื่น ๆ ได้ที่ http://www.siampvs.com/th/index.html
วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2552
กรดเกลือ
กรดเกลือ 35%
1. รายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ (Product Data)
ชื่อทางการค้า กรดเกลือ 35%
ชื่อทางเคมี Hydrochloric Acid
สูตรทางเคมี HCl
การใช้ประโยชน์
ใช้ในการผลิตสารประกอบคลอไรด์, บำบัดน้ำเสีย, กัดสนิมเหล็ก, ทำปฏิกิริยาในขบวนการผลิตโดยทั่วไปใช้ในห้องปฏิบัติการและใช้ในการแยกหรือทำให้แร่ธาตุบริสุทธิ์ เช่น แร่ดีบุก แทนทาลัม
ปริมาณสูงสุดที่มีไว้ในครอบครอง ระหว่าง 1,800 เมตริกตัน
ผู้ผลิต/ผู้นำเข้า บริษัท สยาม พีวีเอส เคมิคอลส์ จำกัด
ที่อยู่
403 นิคมอุตสาหกรรมบางปู ถ.สุขุมวิท ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ10280 โทรศัพท์ 02 323 9980-1 โทรสาร 02 323 9188
2. การจำแนกสารเคมีอันตราย (Chemical Classification)
U.N. Number 1789
CAS No 7647-01-0
3. สารประกอบที่เป็นอันตราย (Hazardous Ingredients)
ชื่อสารเึคมี(Substances) กรดเกลือ 35%
4. ข้อมูลทางกายภาพและเคมี (Physical and Chemical Data)
จุดเดือด (Boiling Point °C) 65.6-110° C
จุดหลอมเหลว 0 °C (Melting Point °C) -53° C
ความดันไอ (Vapour pressure) 78 mmHg @ 20° C
การละลายได้ในน้ำ (Solubility in Water) สมบูรณ์
ความถ่วงจำเพาะ(Specific Gravity (H2O = 1.0)) 1.16 @ 30° C
อัตราการระเหย (Evaporating Rate) <1.00
ลักษณะสี และกลิ่น(Appearance Colour and Odor) ใส ไม่มีสี มีกลิ่นฉุนแสบจมูก
ความเป็นกรดด่าง (pH-value) เป็นกรด pH < 0
5. ข้อมูลด้านอัคคีภัยและการระเบิด (Fire and Explosion Hazard Data)
---5.1 จุดวาบไฟ (Flash Point)
------5.2 ขีดจำกัดการติดไฟ (Flammable limits-LEL): ค่าต่ำสุด (LEL)%: NA , ค่าสูงสุด (UEL)%: NA
------5.3 อุณหภูมิที่สามารถติดไฟได้เอง (Autoignition Temperature)
------5.4 การเกิดปฏิกิริยาทางเคมี (Chemical Reactivity)
---------- ทำปฏิกิริยารุนแรงกับด่างแก่และทำให้เกิดความร้อน เช่น ไฮดรอกไซด์, คาร์บอเนต
---------- ทำปฏิกิริยากับโลหะทำให้เกิดก๊าซไฮโดรเจนซึ่งติดไฟได้
---------- ทำปฏิกิริยากับ Phosphide เกิดก๊าซพิษ Phosphine
---------- ทำปฏิกิริยากับสาร Acetylide, Boride, Carbide เกิดความร้อนสูงและเปลวไฟ
---------- ทำปฏิกิริยากับสาร Cyanide, Sulfide เกิดก๊าซอันตราย
------5.5 สารที่ต้องหลีกเลี่ยงจากกัน (Material to Avoid)
---------- สารที่ทำปฏิกิริยาดังกล่าวข้างต้น
------5.6 สารอันตรายที่เกิดจากการสลายตัว (Hazardous Decomposition Products)
---------- ก๊าซไฮโดรเจนคลอไรด์
6. ข้อมูลเกี่ยวกับอันตรายต่อสุขภาพ (Health Hazard Data)
------6.1 ทางเข้าสู่ร่างกาย (Ways of Exposure)
---------- ระบบหายใจ ตา ผิวหนัง ระบบย่อยอาหาร
------6.2 อันตรายเฉพาะที่ (ผิวหนัง ตา เยื่อบุ) (Local Effects(Skin Eyes Moucous Membrane)
---------- มีอันตรายต่อผิวหนัง ตา และเยื่อบุ ทำให้ระคายเคืองตาอย่างรุนแรง ปวดแสบและอาจบอดได้
---------- ระคายเคืองต่อผิวหนังและอาจทำให้ไหม้ได้
------6.3 ผลจากการสัมผัสสารที่มากเกินไปในระยะสั้นๆ (Effects of Overexposure Short-term)
------6.4 ผลจากการสัมผัสสารที่มากเกินไปในระยะยาว (Effects of Overexposure Long-term)
---------- หากได้รับเป็นเวลานานจะทำให้ตาบอดได้ และเป็นเหตุของโรคผิวหนังเรื้อรัง รวมทั้งทำให้เกิดโรคฟันผุ
------6.5 ค่ามาตรฐานความปลอดภัย TLV 7 mg/m3 หรือ 5 ppm
7. มาตรการด้านความปลอดภัย (Safety Measures)
---7.1 ข้อมูลการป้องกันโดยเฉพาะทาง (Special Protection Information)
------7.1.1 การป้องกันไฟและการระเบิด (Fire and Explosion Prevention)
---------- กรดเกลือเป็นสารที่ไม่ติดไฟ (แต่ถ้าไฟไหม้เราสามารถใช้น้ำ,โฟม,ผงเคมีแห้ง หรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ดับไฟ)
------7.1.2 การระบายอากาศ (Ventilation)
---------- ห้ามปล่อยสู่บรรยากาศ ต้องมีหน่วยดูดกลืนไอกรดที่ระเหยออกจากภาชนะบรรจุ (HCl Vapour Scrubber)
------7.1.3 ชนิดของอุปกรณ์ป้องกันทางการหายใจ (RespiratorynProtection Type)
---------- กรณีที่ความเข้มข้นในอากาศต่ำ สวมหน้ากากชนิดป้องกันก๊าซชนิดคลุมทั้งหน้า แต่ถ้ามีความเข้มข้นของไอกรดมาก ต้องสวมหน้ากาก พร้อมถังบรรจุอากาศ
------7.1.4 การป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับมือ (Hand Protection)
---------- สวมถุงมือชนิดคลุมถึงศอก หรือชุดคลุมชนิดคลุมทั้งตัวซึ่งทำจาก PVC
------7.1.5 การป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับตา (Eye Protection)
---------- สวมแว่นตากันสารเคมี หรือที่ครอบตา(Goggle)
------7.1.6 การป้องกันอื่นๆ
---------- สวมรองเท้าบู๊ทซึ่งทำจาก PVC---7.2 การปฐมพยาบาล (First Aid)
------7.2.1 กรณีสัมผัสสารเคมีทางผิวหนัง
---------- ถอดชุดที่เปื้อนออก แล้วล้างผิวหนังที่เปื้อนด้วยน้ำอย่างน้อยที่สุด 15 นาที ถ้ายังมีอาการระคายเคือง
---------- ควรไปพบแพทย์
------7.2.2 กรณีสัมผัสสารเคมีทางตา
---------- ล้างตาด้วยน้ำอย่างน้อยที่สุด 15 นาที ระวังอย่าให้น้ำล้างตาไหลเข้าตาข้างที่ไม่ถูกสารแล้วนำส่งแพทย์
------7.2.3 กรณีสัมผัสสารเคมีโดยการหายใจ
---------- ย้ายผู้ป่วยออกจากที่เกิดเหตุไปที่อากาศบริสุทธิ์ ถ้าหยุดหายใจให้ช่วยหายใจ แล้วนำส่งแพทย์
------7.2.4 ข้อมูลเพิ่มเติมในการรักษาพยาบาล (ระบุการรักษาหรือแก้พิษ)
---------- กรณีที่กลืนกินสารเคมีเข้าไป ห้ามทำให้อาเจียน ควรให้ผู้ป่วยดื่มนม หรือน้ำใน ปริมาณมากๆ แล้วนำส่งแพทย์
8. ข้อปฏิบัติที่สำคัญ (Special Instructions)
---8.1 การขนย้ายและการจัดเก็บ (Handing and Storing)
------ ภาชนะที่ขนย้ายและจัดเก็บต้องแข็งแรง ปิดได้สนิท มีฉลากกำกับชัดเจน โดยเก็บในที่อากาศถ่ายเทสะดวก
---8.2 การป้องกันการกัดกร่อนของสารเคมี (Corrosiveness)
------ บรรจุในภาชนะที่เป็นวัสดุทนการกัดกร่อน เช่น เหล็กเคลือบผิวด้วยยางกับ PE, PP หรือพลาสติกชนิดอื่น
---8.3 การป้องกันการรั่วและการหก (Spill and Leak Procedures)
------ เก็บในภาชนะที่ปิดสนิท และเตรียมถังสำรองไว้ ในกรณีที่มีการรั่วไหล ต้องทำลายสภาพกรดโดยใช้โซดาแอชหรือปูนขาว---8.4 การกำจัดสิ่งปฏิกูลที่เกิดจากสารเคมี (Disposal Methods)
------ น้ำเสียที่เกิดจากกรดเกลือ ก่อนทิ้งต้องบำบัดให้เป็นกลางโดยใช้โซดาไฟ หรือปูนขาวการทิ้งเป็นไปตาม
------ กฏหมายสิ่งแวดล้อมเพื่อให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
---8.5 การใช้สารดับเพลิง (Extinguishing Media)
------ กรดเกลือเป็นสารที่ไม่ติดไฟ แต่ถ้าไฟไหม้เราสามารถใช้น้ำ,โฟม, ผงเคมีแห้ง หรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ดับไฟ
หาข้อมูลเพิ่มเติม เคมีภัณฑ์ ตัวอื่น ๆ ได้ที่ http://www.siampvs.com/th/index.html
1. รายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ (Product Data)
ชื่อทางการค้า กรดเกลือ 35%
ชื่อทางเคมี Hydrochloric Acid
สูตรทางเคมี HCl
การใช้ประโยชน์
ใช้ในการผลิตสารประกอบคลอไรด์, บำบัดน้ำเสีย, กัดสนิมเหล็ก, ทำปฏิกิริยาในขบวนการผลิตโดยทั่วไปใช้ในห้องปฏิบัติการและใช้ในการแยกหรือทำให้แร่ธาตุบริสุทธิ์ เช่น แร่ดีบุก แทนทาลัม
ปริมาณสูงสุดที่มีไว้ในครอบครอง ระหว่าง 1,800 เมตริกตัน
ผู้ผลิต/ผู้นำเข้า บริษัท สยาม พีวีเอส เคมิคอลส์ จำกัด
ที่อยู่
403 นิคมอุตสาหกรรมบางปู ถ.สุขุมวิท ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ10280 โทรศัพท์ 02 323 9980-1 โทรสาร 02 323 9188
2. การจำแนกสารเคมีอันตราย (Chemical Classification)
U.N. Number 1789
CAS No 7647-01-0
3. สารประกอบที่เป็นอันตราย (Hazardous Ingredients)
ชื่อสารเึคมี(Substances) กรดเกลือ 35%
4. ข้อมูลทางกายภาพและเคมี (Physical and Chemical Data)
จุดเดือด (Boiling Point °C) 65.6-110° C
จุดหลอมเหลว 0 °C (Melting Point °C) -53° C
ความดันไอ (Vapour pressure) 78 mmHg @ 20° C
การละลายได้ในน้ำ (Solubility in Water) สมบูรณ์
ความถ่วงจำเพาะ(Specific Gravity (H2O = 1.0)) 1.16 @ 30° C
อัตราการระเหย (Evaporating Rate) <1.00
ลักษณะสี และกลิ่น(Appearance Colour and Odor) ใส ไม่มีสี มีกลิ่นฉุนแสบจมูก
ความเป็นกรดด่าง (pH-value) เป็นกรด pH < 0
5. ข้อมูลด้านอัคคีภัยและการระเบิด (Fire and Explosion Hazard Data)
---5.1 จุดวาบไฟ (Flash Point)
------5.2 ขีดจำกัดการติดไฟ (Flammable limits-LEL): ค่าต่ำสุด (LEL)%: NA , ค่าสูงสุด (UEL)%: NA
------5.3 อุณหภูมิที่สามารถติดไฟได้เอง (Autoignition Temperature)
------5.4 การเกิดปฏิกิริยาทางเคมี (Chemical Reactivity)
---------- ทำปฏิกิริยารุนแรงกับด่างแก่และทำให้เกิดความร้อน เช่น ไฮดรอกไซด์, คาร์บอเนต
---------- ทำปฏิกิริยากับโลหะทำให้เกิดก๊าซไฮโดรเจนซึ่งติดไฟได้
---------- ทำปฏิกิริยากับ Phosphide เกิดก๊าซพิษ Phosphine
---------- ทำปฏิกิริยากับสาร Acetylide, Boride, Carbide เกิดความร้อนสูงและเปลวไฟ
---------- ทำปฏิกิริยากับสาร Cyanide, Sulfide เกิดก๊าซอันตราย
------5.5 สารที่ต้องหลีกเลี่ยงจากกัน (Material to Avoid)
---------- สารที่ทำปฏิกิริยาดังกล่าวข้างต้น
------5.6 สารอันตรายที่เกิดจากการสลายตัว (Hazardous Decomposition Products)
---------- ก๊าซไฮโดรเจนคลอไรด์
6. ข้อมูลเกี่ยวกับอันตรายต่อสุขภาพ (Health Hazard Data)
------6.1 ทางเข้าสู่ร่างกาย (Ways of Exposure)
---------- ระบบหายใจ ตา ผิวหนัง ระบบย่อยอาหาร
------6.2 อันตรายเฉพาะที่ (ผิวหนัง ตา เยื่อบุ) (Local Effects(Skin Eyes Moucous Membrane)
---------- มีอันตรายต่อผิวหนัง ตา และเยื่อบุ ทำให้ระคายเคืองตาอย่างรุนแรง ปวดแสบและอาจบอดได้
---------- ระคายเคืองต่อผิวหนังและอาจทำให้ไหม้ได้
------6.3 ผลจากการสัมผัสสารที่มากเกินไปในระยะสั้นๆ (Effects of Overexposure Short-term)
------6.4 ผลจากการสัมผัสสารที่มากเกินไปในระยะยาว (Effects of Overexposure Long-term)
---------- หากได้รับเป็นเวลานานจะทำให้ตาบอดได้ และเป็นเหตุของโรคผิวหนังเรื้อรัง รวมทั้งทำให้เกิดโรคฟันผุ
------6.5 ค่ามาตรฐานความปลอดภัย TLV 7 mg/m3 หรือ 5 ppm
7. มาตรการด้านความปลอดภัย (Safety Measures)
---7.1 ข้อมูลการป้องกันโดยเฉพาะทาง (Special Protection Information)
------7.1.1 การป้องกันไฟและการระเบิด (Fire and Explosion Prevention)
---------- กรดเกลือเป็นสารที่ไม่ติดไฟ (แต่ถ้าไฟไหม้เราสามารถใช้น้ำ,โฟม,ผงเคมีแห้ง หรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ดับไฟ)
------7.1.2 การระบายอากาศ (Ventilation)
---------- ห้ามปล่อยสู่บรรยากาศ ต้องมีหน่วยดูดกลืนไอกรดที่ระเหยออกจากภาชนะบรรจุ (HCl Vapour Scrubber)
------7.1.3 ชนิดของอุปกรณ์ป้องกันทางการหายใจ (RespiratorynProtection Type)
---------- กรณีที่ความเข้มข้นในอากาศต่ำ สวมหน้ากากชนิดป้องกันก๊าซชนิดคลุมทั้งหน้า แต่ถ้ามีความเข้มข้นของไอกรดมาก ต้องสวมหน้ากาก พร้อมถังบรรจุอากาศ
------7.1.4 การป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับมือ (Hand Protection)
---------- สวมถุงมือชนิดคลุมถึงศอก หรือชุดคลุมชนิดคลุมทั้งตัวซึ่งทำจาก PVC
------7.1.5 การป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับตา (Eye Protection)
---------- สวมแว่นตากันสารเคมี หรือที่ครอบตา(Goggle)
------7.1.6 การป้องกันอื่นๆ
---------- สวมรองเท้าบู๊ทซึ่งทำจาก PVC---7.2 การปฐมพยาบาล (First Aid)
------7.2.1 กรณีสัมผัสสารเคมีทางผิวหนัง
---------- ถอดชุดที่เปื้อนออก แล้วล้างผิวหนังที่เปื้อนด้วยน้ำอย่างน้อยที่สุด 15 นาที ถ้ายังมีอาการระคายเคือง
---------- ควรไปพบแพทย์
------7.2.2 กรณีสัมผัสสารเคมีทางตา
---------- ล้างตาด้วยน้ำอย่างน้อยที่สุด 15 นาที ระวังอย่าให้น้ำล้างตาไหลเข้าตาข้างที่ไม่ถูกสารแล้วนำส่งแพทย์
------7.2.3 กรณีสัมผัสสารเคมีโดยการหายใจ
---------- ย้ายผู้ป่วยออกจากที่เกิดเหตุไปที่อากาศบริสุทธิ์ ถ้าหยุดหายใจให้ช่วยหายใจ แล้วนำส่งแพทย์
------7.2.4 ข้อมูลเพิ่มเติมในการรักษาพยาบาล (ระบุการรักษาหรือแก้พิษ)
---------- กรณีที่กลืนกินสารเคมีเข้าไป ห้ามทำให้อาเจียน ควรให้ผู้ป่วยดื่มนม หรือน้ำใน ปริมาณมากๆ แล้วนำส่งแพทย์
8. ข้อปฏิบัติที่สำคัญ (Special Instructions)
---8.1 การขนย้ายและการจัดเก็บ (Handing and Storing)
------ ภาชนะที่ขนย้ายและจัดเก็บต้องแข็งแรง ปิดได้สนิท มีฉลากกำกับชัดเจน โดยเก็บในที่อากาศถ่ายเทสะดวก
---8.2 การป้องกันการกัดกร่อนของสารเคมี (Corrosiveness)
------ บรรจุในภาชนะที่เป็นวัสดุทนการกัดกร่อน เช่น เหล็กเคลือบผิวด้วยยางกับ PE, PP หรือพลาสติกชนิดอื่น
---8.3 การป้องกันการรั่วและการหก (Spill and Leak Procedures)
------ เก็บในภาชนะที่ปิดสนิท และเตรียมถังสำรองไว้ ในกรณีที่มีการรั่วไหล ต้องทำลายสภาพกรดโดยใช้โซดาแอชหรือปูนขาว---8.4 การกำจัดสิ่งปฏิกูลที่เกิดจากสารเคมี (Disposal Methods)
------ น้ำเสียที่เกิดจากกรดเกลือ ก่อนทิ้งต้องบำบัดให้เป็นกลางโดยใช้โซดาไฟ หรือปูนขาวการทิ้งเป็นไปตาม
------ กฏหมายสิ่งแวดล้อมเพื่อให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
---8.5 การใช้สารดับเพลิง (Extinguishing Media)
------ กรดเกลือเป็นสารที่ไม่ติดไฟ แต่ถ้าไฟไหม้เราสามารถใช้น้ำ,โฟม, ผงเคมีแห้ง หรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ดับไฟ
หาข้อมูลเพิ่มเติม เคมีภัณฑ์ ตัวอื่น ๆ ได้ที่ http://www.siampvs.com/th/index.html
โซเดียมไฮโปคลอไรต์
1. รายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ (Product Data)
ชื่อทางการค้า โซเดียมไฮโปคลอไรต์
ชื่อทางเคมี Hypochlorous Acid, Sodium Salt
สูตรทางเคมี NaOCl
การใช้ประโยชน์ ฆ่าเชื้อ, ฟอกสีผ้า, สารสำหรับซักฟอกทั่วๆ ไป
ปริมาณสูงสุดที่มีไว้ในครอบครอง ระหว่าง 140 เมตริกตัน
ผู้ผลิต/ผู้นำเข้า บริษัท สยาม พีวีเอส เคมิคอลส์ จำกัด
ที่อยู่ 403 นิคมอุตสาหกรรมบางปู ถ.สุขุมวิท ต.แพรกษา อ.เมือง
จ.สมุทรปราการ10280 โทรศัพท์ 02 323 9980-1
โทรสาร 02 323 9188
2. การจำแนกสารเคมีอันตราย (Chemical Classification)
U.N. Number 1791
CAS No 7681-52-9
3. ข้อมูลทางกายภาพและเคมี (Physical and Chemical Data)
จุดเดือด (Boiling Point °C) สลายตัวที่ > 110° C (230° F) @ 760 mmHg
จุดหลอมเหลว 0 °C (Melting Point °C) ND
ความดันไอ (Vapour pressure) NA
การละลายได้ในน้ำ (Solubility in Water) ละลายน้ำได้ดี (100% wt)
ความถ่วงจำเพาะ(Specific Gravity (H2O = 1.0)) 1.27
อัตราการระเหย (Evaporating Rate) NA
ลักษณะสี และกลิ่น(Appearance Colour and Odor) ของเหลวใสสีเหลืองอ่อนหรือสีเหลืองเขียว
มีกลิ่นฉุนเหมือนคลอรีน
ความเป็นกรดด่าง (pH-value) เป็นด่าง pH 12 @ 100 gm/l
5. ข้อมูลด้านอัคคีภัยและการระเบิด (Fire and Explosion Hazard Data)
5.1 จุดวาบไฟ (Flash Point) : NA
5.2 ขีดจำกัดการติดไฟ (Flammable limits-LEL): ค่าต่ำสุด (LEL)%: NA ค่าสูงสุด (UEL)%: NA
5.3 อุณหภูมิที่สามารถติดไฟได้เอง (Autoignition Temperature) : NA
5.4 การเกิดปฏิกิริยาทางเคมี (Chemical Reactivity)
ทำปฏิกิริยากับโลหะหนัก, กรด, อีเธอร์, แอมโมเนีย, Reducing Agents และสารอินทรีย์
ทำปฏิกิริยากับเมธานอล จะได้เมธิลไฮโปคลอไรต์
ทำปฏิกิริยากับสารประกอบไนโตรเจน จะได้สารเคมีที่สามารถติดไฟได้
ทำปฏิกิริยากับเกลือแอมโมเนีย จะได้ไนโตรเจนไตรคลอไรด์ (NCl3)
ทำปฏิกิริยากับกรดไฮโดรคลอริค จะได้ก๊าซคลอรีน---5.5 สารที่ต้องหลีกเลี่ยงจากกัน (Material to Avoid)
สารที่ทำปฏิกิริยาดังกล่าวข้างต้น เช่น โลหะหนัก, กรด, อีเธอร์, แอมโมเนีย, Reducing Agents และสารอินทรีย์
5.6 สารอันตรายที่เกิดจากการสลายตัว (Hazardous Decomposition Products)
6. ข้อมูลเกี่ยวกับอันตรายต่อสุขภาพ (Health Hazard Data)
6.1 ทางเข้าสู่ร่างกาย (Ways of Exposure)
ระบบทางเดินหายใจ ตา ผิวหนัง ระบบย่อยอาหาร(ปาก)
6.2 อันตรายเฉพาะที่ (ผิวหนัง ตา เยื่อบุ) (Local Effects(Skin Eyes Moucous Membrane)
มีอันตรายต่อผิวหนัง ตา และเยื่อบุ ทำให้ระคายเคืองตาอย่างรุนแรง กัดกร่อนเนื้อเยื่อตาปวดแสบ และอาจทำให้ไหม้ได้
ระคายเคืองต่อผิวหนังอย่างรุนแรงและอาจทำให้เกิดแผลไหม้
6.3 ผลจากการสัมผัสสารที่มากเกินไปในระยะสั้นๆ (Effects of Overexposure Short-term)
มีฤทธิ์กัดกร่อนทำให้เกิดการระคายเคืองต่อตา ผิวหนัง และระบบทางเดินหายใจอย่างรุนแรง ถ้าสูดดมหรือหายใจเข้าไป จะทำให้เกิดอันตรายต่อปอด อาจทำให้ปอดอักเสบได้ และอาจทำให้ปากและระบบย่อยอาหารไหม้ได้ เกิดการเจ็บปวด แสบที่ท้อง
6.4 ผลจากการสัมผัสสารที่มากเกินไปในระยะยาว (Effects of Overexposure Long-term)
ไม่มีข้อมูลปรากฎ
6.5 ค่ามาตรฐานความปลอดภัย TLV : NA
7. มาตรการด้านความปลอดภัย (Safety Measures)
7.1 ข้อมูลการป้องกันโดยเฉพาะทาง (Special Protection Information)
7.1.1 การป้องกันไฟและการระเบิด (Fire and Explosion Prevention)
สามารถใช้สเปรย์น้ำ, ผงเคมีแห้ง,โฟม หรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในการดับไฟ
7.1.2 การระบายอากาศ (Ventilation)
ให้ติดตั้งระบบระบายอากาศเฉพาะที่ไว้ในที่โล่งแจ้ง
7.1.3 ชนิดของอุปกรณ์ป้องกันทางการหายใจ (Respiratory Protection Type)
ใส่หน้ากากป้องกันสารเคมี เช่น หน้ากากช่วยหายใจแบบครึ่งหน้าที่ใช้ไส้กรองคู่ (Half Mask), หน้ากากช่วยหายใจ
แบบเต็มหน้าไส้กรองเฉพาะ (Full Face Mask-Canister Respirator) หรือเครื่องช่วยหายใจ(SCBA) เมื่อเข้าไปใน บริเวณที่มีสารเคมี
7.1.4 การป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับมือ (Hand Protection)
สวมถุงมือชนิดคลุมถึงศอก สวมถุงมือยาง ถุงมือที่ทำจาก Neoprene หรือ Vinyl
7.1.5 การป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับตา (Eye Protection)
สวมแว่นตากันสารเคมี, แว่นตานิรภัยชนิดที่มีกระบังข้าง หรือที่ครอบตา(Goggles)
7.1.6 การป้องกันอื่นๆ
สวมรองเท้าบู๊ทหัวเหล็กและชุดกันสารเคมี
7.2 การปฐมพยาบาล (First Aid)
7.2.1 กรณีสัมผัสสารเคมีทางผิวหนัง
ถอดชุดและร้องเท้าที่เปื้อนออก แล้วล้างผิวหนังที่เปื้อนด้วยน้ำเย็นหรือน้ำสบู่ ควรรีบนำส่งแพทย์ ควรทำความสะอาด
ชุดก่อนที่จะนำกลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง
7.2.2 กรณีสัมผัสสารเคมีทางตา
ล้างตาด้วยน้ำอย่างน้อยที่สุด15นาทีระวังอย่าให้น้ำล้างตาไหลเข้าเยื่อบุตา และตาข้างที่ไม่ถูกสารเคมี เพื่อให้ได้ผล มากที่สุด ควรรีบล้างตาทันทีที่สัมผัสสารเคมี แล้วรีบนำส่งแพทย์โดยเร็ว
7.2.3 กรณีสัมผัสสารเคมีโดยการหายใจ
เคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากที่เกิดเหตุไปยังที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ ถ้าเกิดอาการหายใจติดขัด ให้รีบให้อ๊อกซิเจน แต่ถ้าหยุดหายใจ ให้ช่วยหายใจโดยวิธีเป่าปาก แล้วรีบนำส่งแพทย์โดยเร็ว
7.2.4 ข้อมูลเพิ่มเติมในการรักษาพยาบาล (ระบุการรักษาหรือแก้พิษ)
กรณีที่กลืนกินสารเคมีเข้าไป ห้ามทำให้อาเจียน ควรให้ผู้ป่วยดื่มนม, Gelatin Solution หรือน้ำในปริมาณมากๆ เพื่อ เจือจางสารเคมีในกระเพาะอาหาร ถ้าผู้ป่วยอาเจียนให้จัดช่องทางเดินหายใจให้สะดวก เช่น ถ้าผู้ป่วยมีฟันปลอม ให้ถอดออก และให้ดื่มนม, Gelatin Solution หรือน้ำในปริมาณที่มากขึ้นกว่าเดิม แล้วรีบนำส่งแพทย์
8. ข้อปฏิบัติที่สำคัญ (Special Instructions)
8.1 การขนย้ายและการจัดเก็บ (Handing and Storing)
ภาชนะมีฉลากกำกับชัดเจน ภาชนะที่ขนย้ายและจัดเก็บต้องแข็งแรง อย่าจัดเก็บไว้ใกล้สารเคมีที่สามารถทำให้เกิดปฏิกิริยาขึ้นได้ ถ้าภาชนะปิดสนิท จะทำให้เกิดความร้อน ควรให้มีรูระบายอย่านำไปผสมหรือปนเปื้อนกับกรด,อีเธอร์,แอมโมเนีย, แอลกอฮอล์, หรือ Hydrocarbons อย่านำภาชนะที่ปนเปื้อนสารเคมีกลับมาใช้บรรจุสารเคมีอื่น
8.2 การป้องกันการกัดกร่อนของสารเคมี (Corrosiveness)
ไม่ควรเก็บสารเคมีรวมกับกรด โลหะ หรือสารที่อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาได้
8.3 การป้องกันการรั่วและการหก (Spill and Leak Procedures)
ระวังอย่าทำสารเคมีหกไปในท่อระบายน้ำหรือท่อไอน้ำ ควรใช้น้ำล้างให้มากที่สุด เพื่อช่วยในการเจือจาง และปั๊มสารเข้าไปบรรจุไว้ใน Polyethylene Container ควรหลีกเลี่ยงความร้อนและการปนเปื้อนกับวัตถุที่เป็นกรด อย่าใช้วัสดุที่สามารถติดไฟได้ เช่น ขี้เลื่อย ในการดูดซับสารเคมี
8.4 การกำจัดสิ่งปฏิกูลที่เกิดจากสารเคมี (Disposal Methods)
น้ำเสียที่เกิดจากโซเดียมไฮโปคลอไรต์ก่อนทิ้งต้องบำบัดให้เป็นกลางโดยใช้ Bisulfites หรือ Ferrous Salt Solutions ซึ่งเป็นปฏิกิริยาคายความร้อน แล้วเจือจางด้วยน้ำ การทิ้งต้องเป็นไปตามกฏหมายเพื่อให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
8.5 การใช้สารดับเพลิง (Extinguishing Media)
สามารถใช้สเปรย์น้ำ, ผงเคมีแห้ง, โฟม, ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หรือสารดับเพลิงอื่นๆ ขึ้นกับวัสดุหรือวัตถุที่อยู่รอบๆ ไฟนั้น
หาข้อมูลเพิ่มเติม เคมีภัณฑ์ ตัวอื่น ๆ ได้ที่ http://www.siampvs.com/th/index.html
ชื่อทางการค้า โซเดียมไฮโปคลอไรต์
ชื่อทางเคมี Hypochlorous Acid, Sodium Salt
สูตรทางเคมี NaOCl
การใช้ประโยชน์ ฆ่าเชื้อ, ฟอกสีผ้า, สารสำหรับซักฟอกทั่วๆ ไป
ปริมาณสูงสุดที่มีไว้ในครอบครอง ระหว่าง 140 เมตริกตัน
ผู้ผลิต/ผู้นำเข้า บริษัท สยาม พีวีเอส เคมิคอลส์ จำกัด
ที่อยู่ 403 นิคมอุตสาหกรรมบางปู ถ.สุขุมวิท ต.แพรกษา อ.เมือง
จ.สมุทรปราการ10280 โทรศัพท์ 02 323 9980-1
โทรสาร 02 323 9188
2. การจำแนกสารเคมีอันตราย (Chemical Classification)
U.N. Number 1791
CAS No 7681-52-9
3. ข้อมูลทางกายภาพและเคมี (Physical and Chemical Data)
จุดเดือด (Boiling Point °C) สลายตัวที่ > 110° C (230° F) @ 760 mmHg
จุดหลอมเหลว 0 °C (Melting Point °C) ND
ความดันไอ (Vapour pressure) NA
การละลายได้ในน้ำ (Solubility in Water) ละลายน้ำได้ดี (100% wt)
ความถ่วงจำเพาะ(Specific Gravity (H2O = 1.0)) 1.27
อัตราการระเหย (Evaporating Rate) NA
ลักษณะสี และกลิ่น(Appearance Colour and Odor) ของเหลวใสสีเหลืองอ่อนหรือสีเหลืองเขียว
มีกลิ่นฉุนเหมือนคลอรีน
ความเป็นกรดด่าง (pH-value) เป็นด่าง pH 12 @ 100 gm/l
5. ข้อมูลด้านอัคคีภัยและการระเบิด (Fire and Explosion Hazard Data)
5.1 จุดวาบไฟ (Flash Point) : NA
5.2 ขีดจำกัดการติดไฟ (Flammable limits-LEL): ค่าต่ำสุด (LEL)%: NA ค่าสูงสุด (UEL)%: NA
5.3 อุณหภูมิที่สามารถติดไฟได้เอง (Autoignition Temperature) : NA
5.4 การเกิดปฏิกิริยาทางเคมี (Chemical Reactivity)
ทำปฏิกิริยากับโลหะหนัก, กรด, อีเธอร์, แอมโมเนีย, Reducing Agents และสารอินทรีย์
ทำปฏิกิริยากับเมธานอล จะได้เมธิลไฮโปคลอไรต์
ทำปฏิกิริยากับสารประกอบไนโตรเจน จะได้สารเคมีที่สามารถติดไฟได้
ทำปฏิกิริยากับเกลือแอมโมเนีย จะได้ไนโตรเจนไตรคลอไรด์ (NCl3)
ทำปฏิกิริยากับกรดไฮโดรคลอริค จะได้ก๊าซคลอรีน---5.5 สารที่ต้องหลีกเลี่ยงจากกัน (Material to Avoid)
สารที่ทำปฏิกิริยาดังกล่าวข้างต้น เช่น โลหะหนัก, กรด, อีเธอร์, แอมโมเนีย, Reducing Agents และสารอินทรีย์
5.6 สารอันตรายที่เกิดจากการสลายตัว (Hazardous Decomposition Products)
6. ข้อมูลเกี่ยวกับอันตรายต่อสุขภาพ (Health Hazard Data)
6.1 ทางเข้าสู่ร่างกาย (Ways of Exposure)
ระบบทางเดินหายใจ ตา ผิวหนัง ระบบย่อยอาหาร(ปาก)
6.2 อันตรายเฉพาะที่ (ผิวหนัง ตา เยื่อบุ) (Local Effects(Skin Eyes Moucous Membrane)
มีอันตรายต่อผิวหนัง ตา และเยื่อบุ ทำให้ระคายเคืองตาอย่างรุนแรง กัดกร่อนเนื้อเยื่อตาปวดแสบ และอาจทำให้ไหม้ได้
ระคายเคืองต่อผิวหนังอย่างรุนแรงและอาจทำให้เกิดแผลไหม้
6.3 ผลจากการสัมผัสสารที่มากเกินไปในระยะสั้นๆ (Effects of Overexposure Short-term)
มีฤทธิ์กัดกร่อนทำให้เกิดการระคายเคืองต่อตา ผิวหนัง และระบบทางเดินหายใจอย่างรุนแรง ถ้าสูดดมหรือหายใจเข้าไป จะทำให้เกิดอันตรายต่อปอด อาจทำให้ปอดอักเสบได้ และอาจทำให้ปากและระบบย่อยอาหารไหม้ได้ เกิดการเจ็บปวด แสบที่ท้อง
6.4 ผลจากการสัมผัสสารที่มากเกินไปในระยะยาว (Effects of Overexposure Long-term)
ไม่มีข้อมูลปรากฎ
6.5 ค่ามาตรฐานความปลอดภัย TLV : NA
7. มาตรการด้านความปลอดภัย (Safety Measures)
7.1 ข้อมูลการป้องกันโดยเฉพาะทาง (Special Protection Information)
7.1.1 การป้องกันไฟและการระเบิด (Fire and Explosion Prevention)
สามารถใช้สเปรย์น้ำ, ผงเคมีแห้ง,โฟม หรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในการดับไฟ
7.1.2 การระบายอากาศ (Ventilation)
ให้ติดตั้งระบบระบายอากาศเฉพาะที่ไว้ในที่โล่งแจ้ง
7.1.3 ชนิดของอุปกรณ์ป้องกันทางการหายใจ (Respiratory Protection Type)
ใส่หน้ากากป้องกันสารเคมี เช่น หน้ากากช่วยหายใจแบบครึ่งหน้าที่ใช้ไส้กรองคู่ (Half Mask), หน้ากากช่วยหายใจ
แบบเต็มหน้าไส้กรองเฉพาะ (Full Face Mask-Canister Respirator) หรือเครื่องช่วยหายใจ(SCBA) เมื่อเข้าไปใน บริเวณที่มีสารเคมี
7.1.4 การป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับมือ (Hand Protection)
สวมถุงมือชนิดคลุมถึงศอก สวมถุงมือยาง ถุงมือที่ทำจาก Neoprene หรือ Vinyl
7.1.5 การป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับตา (Eye Protection)
สวมแว่นตากันสารเคมี, แว่นตานิรภัยชนิดที่มีกระบังข้าง หรือที่ครอบตา(Goggles)
7.1.6 การป้องกันอื่นๆ
สวมรองเท้าบู๊ทหัวเหล็กและชุดกันสารเคมี
7.2 การปฐมพยาบาล (First Aid)
7.2.1 กรณีสัมผัสสารเคมีทางผิวหนัง
ถอดชุดและร้องเท้าที่เปื้อนออก แล้วล้างผิวหนังที่เปื้อนด้วยน้ำเย็นหรือน้ำสบู่ ควรรีบนำส่งแพทย์ ควรทำความสะอาด
ชุดก่อนที่จะนำกลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง
7.2.2 กรณีสัมผัสสารเคมีทางตา
ล้างตาด้วยน้ำอย่างน้อยที่สุด15นาทีระวังอย่าให้น้ำล้างตาไหลเข้าเยื่อบุตา และตาข้างที่ไม่ถูกสารเคมี เพื่อให้ได้ผล มากที่สุด ควรรีบล้างตาทันทีที่สัมผัสสารเคมี แล้วรีบนำส่งแพทย์โดยเร็ว
7.2.3 กรณีสัมผัสสารเคมีโดยการหายใจ
เคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากที่เกิดเหตุไปยังที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ ถ้าเกิดอาการหายใจติดขัด ให้รีบให้อ๊อกซิเจน แต่ถ้าหยุดหายใจ ให้ช่วยหายใจโดยวิธีเป่าปาก แล้วรีบนำส่งแพทย์โดยเร็ว
7.2.4 ข้อมูลเพิ่มเติมในการรักษาพยาบาล (ระบุการรักษาหรือแก้พิษ)
กรณีที่กลืนกินสารเคมีเข้าไป ห้ามทำให้อาเจียน ควรให้ผู้ป่วยดื่มนม, Gelatin Solution หรือน้ำในปริมาณมากๆ เพื่อ เจือจางสารเคมีในกระเพาะอาหาร ถ้าผู้ป่วยอาเจียนให้จัดช่องทางเดินหายใจให้สะดวก เช่น ถ้าผู้ป่วยมีฟันปลอม ให้ถอดออก และให้ดื่มนม, Gelatin Solution หรือน้ำในปริมาณที่มากขึ้นกว่าเดิม แล้วรีบนำส่งแพทย์
8. ข้อปฏิบัติที่สำคัญ (Special Instructions)
8.1 การขนย้ายและการจัดเก็บ (Handing and Storing)
ภาชนะมีฉลากกำกับชัดเจน ภาชนะที่ขนย้ายและจัดเก็บต้องแข็งแรง อย่าจัดเก็บไว้ใกล้สารเคมีที่สามารถทำให้เกิดปฏิกิริยาขึ้นได้ ถ้าภาชนะปิดสนิท จะทำให้เกิดความร้อน ควรให้มีรูระบายอย่านำไปผสมหรือปนเปื้อนกับกรด,อีเธอร์,แอมโมเนีย, แอลกอฮอล์, หรือ Hydrocarbons อย่านำภาชนะที่ปนเปื้อนสารเคมีกลับมาใช้บรรจุสารเคมีอื่น
8.2 การป้องกันการกัดกร่อนของสารเคมี (Corrosiveness)
ไม่ควรเก็บสารเคมีรวมกับกรด โลหะ หรือสารที่อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาได้
8.3 การป้องกันการรั่วและการหก (Spill and Leak Procedures)
ระวังอย่าทำสารเคมีหกไปในท่อระบายน้ำหรือท่อไอน้ำ ควรใช้น้ำล้างให้มากที่สุด เพื่อช่วยในการเจือจาง และปั๊มสารเข้าไปบรรจุไว้ใน Polyethylene Container ควรหลีกเลี่ยงความร้อนและการปนเปื้อนกับวัตถุที่เป็นกรด อย่าใช้วัสดุที่สามารถติดไฟได้ เช่น ขี้เลื่อย ในการดูดซับสารเคมี
8.4 การกำจัดสิ่งปฏิกูลที่เกิดจากสารเคมี (Disposal Methods)
น้ำเสียที่เกิดจากโซเดียมไฮโปคลอไรต์ก่อนทิ้งต้องบำบัดให้เป็นกลางโดยใช้ Bisulfites หรือ Ferrous Salt Solutions ซึ่งเป็นปฏิกิริยาคายความร้อน แล้วเจือจางด้วยน้ำ การทิ้งต้องเป็นไปตามกฏหมายเพื่อให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
8.5 การใช้สารดับเพลิง (Extinguishing Media)
สามารถใช้สเปรย์น้ำ, ผงเคมีแห้ง, โฟม, ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หรือสารดับเพลิงอื่นๆ ขึ้นกับวัสดุหรือวัตถุที่อยู่รอบๆ ไฟนั้น
หาข้อมูลเพิ่มเติม เคมีภัณฑ์ ตัวอื่น ๆ ได้ที่ http://www.siampvs.com/th/index.html
วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2552
ข้อคิดจากผู้บริหาร
พวกเราคงจะได้ติดตามข้อมูลข่าวสารของบริษัทจาก วารสารสยามพีวีเอส กันมาบ้าง ตามหัวข้อหรือเรื่องราวที่ชอบ มีอยู่หัวข้อหนึ่งที่ทำให้เราทราบแนวทางของบริษัทและสร้างขวัญและกำลังใจให้เราได้เป็นอย่างดี คือหัวข้อ "ข้อคิดจากผู้บริหาร" ผมจึงได้รวบรวมของทั้งปีมาให้ได้อ่านกันอีกที.....
Oct'09 หัวข้อ "แนวคิด 12 M" โดยคุณรัตนา ผอ.การตลาดและการขาย เป็นเรื่องการบริหารจัดการ การดำเนินธุรกิจในยุกต์ปัจจุบันให้อยู่รอดปลอดภัย จะมุ่งเน้นด้านหนึ่งด้านใดคงไม่ได้อีกต่อไปแล้ว 12 M ก็เป็นอีกแนวคิดหนึ่งที่น่าสนใจครับ
Sep'09 หัวข้อ "ธุรกิจคุณธรรม เริ่มทำกันอย่างไร" โดยคุณบัญญัติ ผอ. บัญชีและการเงิน ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องของผู้บริหารระดับสูงหรือเจ้าของธุรกิจ ผู้เขียนได้อ่านดูแล้วครับ สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันเราได้เลยครับ พอจะสรุปได้ว่า "เรื่องคุณธรรม" ควรมีอยู่ในใจกันทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ปฏิบัติงานระดับต้นหรือผู้บริหารระดับสูง

Aug'09 หัวข้อ "ทำงานอย่างมีความสุข" โดยคุณกัมปนาท ผอ.โรงงาน เชื่อว่าทุกคนปรารถนา ผู้เขียนได้มีโอกาสนำเสนอในโชว์แอนด์แชร์ ยอมรับว่านำเสนอไม่ได้ดั่งที่หวังไว้ โชคดีที่ท่าน ผอ. ได้เก็บประเด็นสำคัญ ๆ มาอธิบายให้เราเข้าใจได้ง่าย ๆ อีกครั้ง ใครอยากทำงานอย่างมีความสุข คลิ๊กเลยครับ รับประกันความพึงพอใจแน่นอน แนะนำเลยครับ......

Jul'09 หัวข้อ "สยามพีวีเอส กับ วิกฤตเศรษฐกิจ(2)" โดยคุณพิเศษ กรรมการผู้จัดการ เป็นที่รู้กันอยู่ว่าปีนี้ เศรษฐกิจไทย เศรษฐกิจโลก หนักเอามาก ๆ ทำอย่างไรเราถึงจะยืนหยัดอยู่ได้ มาอ่านมุมมองดี ๆ จาก MD ของเราครับ คลิ๊กเลยครับ
Jun'09 หัวข้อ "การตลาดปัจจัยสำคัญที่ต้องคิด" โดยคุณรัตนา ผอ.การตลาดและการขาย การค้าการขายเป็นเรื่องที่ต้องติดตามสถานะการณ์อยู่ตลอดเวลาต้องคิดให้มาก ๆ คลิ๊กเลยครับ...

May'09 หัวข้อ "เก่งตน Managing yourself" โดยคุณบัญญัติ ผอ.บัญชี&การเงิน การเปลี่ยนแปลงตัวเราqเอง กับ การเปลี่ยนแปลงคนอื่น คุณว่าอย่างไหนเปลี่ยนแปลงได้ง่ายกว่ากัน สิ่งไหนพูดง่ายแต่ทำยาก IQ,EQ,AQ,OQ,MQ อยากรู้คืออะไรกันบ้าง คลิ๊กเลยครับ ....

Apr'09 หัวข้อ "กฎแรงดึงดูดของความคิด" โดยคุณกัมปนาท ผอ.โรงงาน คนดีก็จะดึงดูดคนดี คนคิดดีก็จะดึงดูดคนคิดดี ใครเคยอ่านหนังสือ "The Secret" ก็คงจะคุ้นเคยคำพวกนี้ แต่ถ้าใครยังไม่มีโอกาสได้อ่าน ไม่เป็นไรครับ ผอ. เราได้รวบรวมไว้ให้แล้วในหัวข้อ กฎแรงดึงดูดของความคิด แนะนำคลิ๊กเลยครับ

Mar'09 หัวข้อ "สยามพีวีเอส กับวิกฤตเศรษฐกิจ" โดยคุณพิเศษ กรรมการผู้จัดการ เป็นที่รู้กันอยู่ว่าปีนี้ เศรษฐกิจไทย เศรษฐกิจโลก หนักเอามาก ๆ ทำอย่างไรเราถึงจะยืนหยัดอยู่ได้ มุมมองของ MD เราในวันนั้น ณ.วันนี้ย้อนหลังไป 6 เดือน ดร.โกร่ง ยังเรียกพี่เลยครับ......

Feb'09 หัวข้อ "การตลาดแบบ 4A" โดยคุณรัตนา ผอ.การตลาดและการขาย การค้าการขายเป็นเรื่องที่ต้องติดตามสถานะการณ์อยู่ตลอดเวลา แล้วการตลาดแบบ 4A เป็นอย่างไร คลิ๊กเลยครับ...

Jan'09 หัวข้อ "เริ่มให้ดี...จบให้สวย" โดยคุณบัญญัติ ผอ.บัญชี&การเงิน เป็นเรื่องราวการเตรียมความพร้อมของเราเหมือนแข่งกีฬาวิ่ง 100 เมตร ซ้อมมาเป็นร้อยเป็นพันชั่วโมง แต่แข่งจริง ๆ แค่ สิบวินาที น่าสนใจมากครับ อย่ารอช้าคลิ๊กอ่านรายละเอียดได้เลยครับ...

Aug'09 หัวข้อ "ทำงานอย่างมีความสุข" โดยคุณกัมปนาท ผอ.โรงงาน เชื่อว่าทุกคนปรารถนา ผู้เขียนได้มีโอกาสนำเสนอในโชว์แอนด์แชร์ ยอมรับว่านำเสนอไม่ได้ดั่งที่หวังไว้ โชคดีที่ท่าน ผอ. ได้เก็บประเด็นสำคัญ ๆ มาอธิบายให้เราเข้าใจได้ง่าย ๆ อีกครั้ง ใครอยากทำงานอย่างมีความสุข คลิ๊กเลยครับ รับประกันความพึงพอใจแน่นอน แนะนำเลยครับ......
Jul'09 หัวข้อ "สยามพีวีเอส กับ วิกฤตเศรษฐกิจ(2)" โดยคุณพิเศษ กรรมการผู้จัดการ เป็นที่รู้กันอยู่ว่าปีนี้ เศรษฐกิจไทย เศรษฐกิจโลก หนักเอามาก ๆ ทำอย่างไรเราถึงจะยืนหยัดอยู่ได้ มาอ่านมุมมองดี ๆ จาก MD ของเราครับ คลิ๊กเลยครับ
Jun'09 หัวข้อ "การตลาดปัจจัยสำคัญที่ต้องคิด" โดยคุณรัตนา ผอ.การตลาดและการขาย การค้าการขายเป็นเรื่องที่ต้องติดตามสถานะการณ์อยู่ตลอดเวลาต้องคิดให้มาก ๆ คลิ๊กเลยครับ...
May'09 หัวข้อ "เก่งตน Managing yourself" โดยคุณบัญญัติ ผอ.บัญชี&การเงิน การเปลี่ยนแปลงตัวเราqเอง กับ การเปลี่ยนแปลงคนอื่น คุณว่าอย่างไหนเปลี่ยนแปลงได้ง่ายกว่ากัน สิ่งไหนพูดง่ายแต่ทำยาก IQ,EQ,AQ,OQ,MQ อยากรู้คืออะไรกันบ้าง คลิ๊กเลยครับ ....

Apr'09 หัวข้อ "กฎแรงดึงดูดของความคิด" โดยคุณกัมปนาท ผอ.โรงงาน คนดีก็จะดึงดูดคนดี คนคิดดีก็จะดึงดูดคนคิดดี ใครเคยอ่านหนังสือ "The Secret" ก็คงจะคุ้นเคยคำพวกนี้ แต่ถ้าใครยังไม่มีโอกาสได้อ่าน ไม่เป็นไรครับ ผอ. เราได้รวบรวมไว้ให้แล้วในหัวข้อ กฎแรงดึงดูดของความคิด แนะนำคลิ๊กเลยครับ

Mar'09 หัวข้อ "สยามพีวีเอส กับวิกฤตเศรษฐกิจ" โดยคุณพิเศษ กรรมการผู้จัดการ เป็นที่รู้กันอยู่ว่าปีนี้ เศรษฐกิจไทย เศรษฐกิจโลก หนักเอามาก ๆ ทำอย่างไรเราถึงจะยืนหยัดอยู่ได้ มุมมองของ MD เราในวันนั้น ณ.วันนี้ย้อนหลังไป 6 เดือน ดร.โกร่ง ยังเรียกพี่เลยครับ......

Feb'09 หัวข้อ "การตลาดแบบ 4A" โดยคุณรัตนา ผอ.การตลาดและการขาย การค้าการขายเป็นเรื่องที่ต้องติดตามสถานะการณ์อยู่ตลอดเวลา แล้วการตลาดแบบ 4A เป็นอย่างไร คลิ๊กเลยครับ...
Jan'09 หัวข้อ "เริ่มให้ดี...จบให้สวย" โดยคุณบัญญัติ ผอ.บัญชี&การเงิน เป็นเรื่องราวการเตรียมความพร้อมของเราเหมือนแข่งกีฬาวิ่ง 100 เมตร ซ้อมมาเป็นร้อยเป็นพันชั่วโมง แต่แข่งจริง ๆ แค่ สิบวินาที น่าสนใจมากครับ อย่ารอช้าคลิ๊กอ่านรายละเอียดได้เลยครับ...
วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
แนะนำ blog
สวัสดี เพื่อน ๆ siampvs ทุกคนครับ
ผมขอเปิดโครงการใหม่ ภายใต้ชื่อ " SPVS Knowledge Center " ซึ่งจะเป็นช่องทางในการแบ่งปันความรู้อีกช่องทางหนึ่ง ตามปรัชญา "เราไม่หยุดการเรียนรู้"
blog นี้จะเป็นที่รวบรวมข้อมูล กิจกรรมต่าง ๆ ที่เราจัดขึ้นในโรงงาน หรือ ข้อมูลความรู้ต่าง ๆ ที่เพื่อน ๆ ได้ไปศึกษา อบรม จากภายนอกมา ก็สามารถเข้ามา เขียนไว้ที่ blog นี้ได้ ใหม่ ๆ อาจจะไม่คุ้นเคย ก็ให้ nk ช่วยเป็นธุระให้ก่อนได้
ต่อไป nk คงจะทะยอย upload ข้อมูลให้เราได้ศึกษาเรียนรู้ ค้นคว้าต่อไป
ส่วนใครยังไม่มีข้อมูลจะมาเขียนก็สามารถเข้ามาหาข้อมูลการอบรมสัมมนาของบริษัทย้อนหลังได้ที่นี่ www.siampvs.blogspot.com
ช่วย ๆ กันสร้าง blog นี้ให้ดังกระฉ่อนโลกไปเลยครับ
kk
วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
กิจกรรมโชว์แอนด์แชร์
โชว์แอนด์แชร์ ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรม ที่พวกเราได้ร่วมกันสร้างสรรค์ขึ้นมา มีเป้าหมายเพื่อให้พวกเราได้มาร่วมแบ่งปันความรู้หรือประสบการณ์ที่แต่ละท่านมีอยู่หรือค้นคว้ามาแล้วอยากจะมาแบ่งปัน ซึ่งช่วงสองปีกว่าที่เราสร้างสรรค์กันมา ก็ถือว่าบรรลุตามเป้าหมาย ก็หวังว่าพวกเราทุกคนจะได้ช่วยกันสร้างสรรค์ต่อไป

ปีนี้เราเริ่มด้วยหัวข้อ "KAIZEN" เครื่องมือสำหรับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง โดยคุณขันตี ว่องไว แผนกจัดส่ง ไม่ถึงกับเป็น Innovation แต่เป็นการเริ่มต้นง่าย ๆ จากสิ่งที่อยู่รอบ ๆ ตัวเราใครไม่ได้เข้าฟังวันนั้นหรืออยากทบทวนก็คลิ๊กเข้าไปดูได้ครับ ..... "KAIZEN"

วันที่ 26/03/52 คุณสมศักดิ์ ผู้จัดการฝ่ายซ่อมบำรุง ก็ได้มาแบ่งปันความรู้ในหัวข้อ "นาฬิกาชีวิต" ช่วงเวลาไหน ร่างกายส่วนไหนของเราต้องการอะไร ทำงานอย่างไร ช่วงไหนเด่น ช่วงไหนด้อย หาคำตอบได้เลยครับดีมาก ๆ ขอบอก : นาฬิกาชีวิต

วันที่ 23/04/52 นำเสนอในหัวข้อ "การจัดการองค์ความรู้" โดยคุณสิรินรี ผู้จัดการฝ่้าย HR&MIS. ด้วยพื้นฐานที่ว่าคนเราทุกคนมีความรู้เฉพาะตัวบุคคลกันทุกคน แต่เราจะรู้เท่าทันและดึงออกมาใช้ได้อย่างไร น่าสนใจมากครับหัวข้อนี้ : การจัดการองค์ความรู้

วันที่ 30/04/52 เป็นเรื่องใกล้ตัวเราจริง ๆ ที่เราหาได้ ทำได้ ง่าย ๆ หัวข้อ "ความปลอดภัยใกล้ตัว" โดย หัวหน้าส่วนผลิตของเรา คุณพินิจ ฤกษ์เมือง ใส่ใจซักนิดป้องกันได้ง่าย ๆ นะครับ : ความปลอดภัยใกล้ตัว

วันที่ 14/05/52 โชว์แอนด์แชร์ของเราก็ไม่ตกกระแสร์นะครับให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองให้ห่างไกลจาก ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่2009 โดยวิศวกร Safety นัองใหม่ไฟแรงของเรา คุณฐิศิรักษ์ ทบทวนกันได้ในหัวข้อ : ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

คุณรู้จักนมเปรี้ยวดีพอหรือยัง คุณค่าทางโภชนาการมีมากน้อยแค่ไหน รู้มั๊ยทำกินเองได้ง่าย ๆ พบกันในหัวข้อ "โยเกิร์ต...นมเปรี้ยวมหัศจรรย์" โดยหัวหน้าส่วนบัญชีโรงงาน คุณสุภาณี

วันที่ 11/06/52 โดยหัวหน้าส่วนพัสดุ คุณอภิรัตน์ มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ในหัวข้อ "ดุลยภาพบำบัด" การรักษาสมดุลของร่างกาย ช่วยให้ห่างไกลโรคภัยได้นะครับ

ทำงานอย่างไรให้มีความสุข สนุก คึกคัก คุณนิมิตร หัวหน้าส่วนสารสนเทศ ก็ได้มาแบ่งปันประสบการณ์จากหนังสือ Fish! ใครอยากมีความสุขอย่ารีรอเลยครับ คลิ๊กเลย "ทำงานอย่างไรให้มีความสุข สนุก คึกคัก"

รายการพบหมอศิริราช on air ทางช่อง 7 สี รู้จักโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ และวิธีการรักษา ป้องกัน เป็นการนำเสนอแบบบ้าน ๆ ที่เข้าใจง่าย คุณศิรินทร ก็ได้รวบรวมมาให้ดูกันแล้วใน กิจกรรมโชว์แอนด์แชร์ วันที่ 16/07/52 รายละเอียดเป็นอย่างไร คลิ๊กเลยครับ "เล่าสู่กันฟัง กับรายการพบหมดศิริราช"

มองอย่างเป็นมิตร คิดอย่างไรให้มีความสุข ทุกสิ่งในโลกนี้ย่อมมี เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วดับไป จะดีหรือแย่แล้วแต่จะคิด เป็นหัวข้อที่ให้กำลังใจเราได้เป็นอย่างดี โดยคุณสิรินรี ผู้จัดการฝ่าย HR&MIS. หัวข้อนี้ Blog master ขอแนะนำครับ คลิ๊กเลย " จะดีหรือแย่แล้วแต่จะคิด "

วันที่ 26/03/52 คุณสมศักดิ์ ผู้จัดการฝ่ายซ่อมบำรุง ก็ได้มาแบ่งปันความรู้ในหัวข้อ "นาฬิกาชีวิต" ช่วงเวลาไหน ร่างกายส่วนไหนของเราต้องการอะไร ทำงานอย่างไร ช่วงไหนเด่น ช่วงไหนด้อย หาคำตอบได้เลยครับดีมาก ๆ ขอบอก : นาฬิกาชีวิต

วันที่ 23/04/52 นำเสนอในหัวข้อ "การจัดการองค์ความรู้" โดยคุณสิรินรี ผู้จัดการฝ่้าย HR&MIS. ด้วยพื้นฐานที่ว่าคนเราทุกคนมีความรู้เฉพาะตัวบุคคลกันทุกคน แต่เราจะรู้เท่าทันและดึงออกมาใช้ได้อย่างไร น่าสนใจมากครับหัวข้อนี้ : การจัดการองค์ความรู้

วันที่ 30/04/52 เป็นเรื่องใกล้ตัวเราจริง ๆ ที่เราหาได้ ทำได้ ง่าย ๆ หัวข้อ "ความปลอดภัยใกล้ตัว" โดย หัวหน้าส่วนผลิตของเรา คุณพินิจ ฤกษ์เมือง ใส่ใจซักนิดป้องกันได้ง่าย ๆ นะครับ : ความปลอดภัยใกล้ตัว

วันที่ 14/05/52 โชว์แอนด์แชร์ของเราก็ไม่ตกกระแสร์นะครับให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองให้ห่างไกลจาก ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่2009 โดยวิศวกร Safety นัองใหม่ไฟแรงของเรา คุณฐิศิรักษ์ ทบทวนกันได้ในหัวข้อ : ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

คุณรู้จักนมเปรี้ยวดีพอหรือยัง คุณค่าทางโภชนาการมีมากน้อยแค่ไหน รู้มั๊ยทำกินเองได้ง่าย ๆ พบกันในหัวข้อ "โยเกิร์ต...นมเปรี้ยวมหัศจรรย์" โดยหัวหน้าส่วนบัญชีโรงงาน คุณสุภาณี

วันที่ 11/06/52 โดยหัวหน้าส่วนพัสดุ คุณอภิรัตน์ มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ในหัวข้อ "ดุลยภาพบำบัด" การรักษาสมดุลของร่างกาย ช่วยให้ห่างไกลโรคภัยได้นะครับ

ทำงานอย่างไรให้มีความสุข สนุก คึกคัก คุณนิมิตร หัวหน้าส่วนสารสนเทศ ก็ได้มาแบ่งปันประสบการณ์จากหนังสือ Fish! ใครอยากมีความสุขอย่ารีรอเลยครับ คลิ๊กเลย "ทำงานอย่างไรให้มีความสุข สนุก คึกคัก"

รายการพบหมอศิริราช on air ทางช่อง 7 สี รู้จักโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ และวิธีการรักษา ป้องกัน เป็นการนำเสนอแบบบ้าน ๆ ที่เข้าใจง่าย คุณศิรินทร ก็ได้รวบรวมมาให้ดูกันแล้วใน กิจกรรมโชว์แอนด์แชร์ วันที่ 16/07/52 รายละเอียดเป็นอย่างไร คลิ๊กเลยครับ "เล่าสู่กันฟัง กับรายการพบหมดศิริราช"

มองอย่างเป็นมิตร คิดอย่างไรให้มีความสุข ทุกสิ่งในโลกนี้ย่อมมี เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วดับไป จะดีหรือแย่แล้วแต่จะคิด เป็นหัวข้อที่ให้กำลังใจเราได้เป็นอย่างดี โดยคุณสิรินรี ผู้จัดการฝ่าย HR&MIS. หัวข้อนี้ Blog master ขอแนะนำครับ คลิ๊กเลย " จะดีหรือแย่แล้วแต่จะคิด "
ย้ำกันอีกครั้งครับ กับการดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่2009 เรียนรู้การปฏิบัติตัวแบบง่าย ๆ แบบบ้านบ้าน ในหัวข้อ "ปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่2009 ระบาด" โดยอาจารย์ใหญ่ของเรา คุณจรูญ ฝ่ายซ่อมบำรุง
EM คืออะไร ใครค้นพบ พัฒนาการเป็นมาอย่างไร ไม่สนใจไม่อยากรู้ก็ไม่เป็นไรครับ (ไม่อยากจะบอกเหมือนกัน ....... แต่ ถ้าเราสามารถทำผลิตภัณฑ์ : ล้างห้องน้ำ ล้างจาน ถูบ้าน ซักผ้า อาบน้ำหมา เช็ดกระจก ไล่แมลงมดปลวกภายในบ้าน ทำปุ๋ยชีวภาพ ฯลฯ และอีกมากมายขึ้นใช้เองได้ มีประโยชน์ปลอดภัยต่อตัวเราและสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญทำขึ้นใช้เอง ประหยัดกะตังค์สุด ๆ ก็รีบคลิ๊กเลยครับ "EM จุลินทรีย์ มหัสจรรย์ " นำเสนอโดย คุณไกรสร วิศวกรไฟฟ้าสุดหล่อของเรานี่เอง กินอย่างไร ให้ร่างกายสมดุล เป็นเรื่องที่พูดง่ายแต่ทำย๊ากกกก....ยาก แต่คุณธนัชชภรณ์ ก็ทำเป็นตัวอย่างให้ท่านเห็นแล้ว .... แต่คงจะทำดีไปหน่อย นอกจากจะสมดุลแล้ว ยังสมบูรณ์อีกด้วย......555 คลิ๊กเลยครับ กินอย่างไรให้ร่างกายสมดุล
วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2552
ข้อมูลสารเคมี - โซดาไฟ 32%
โซดาไฟ 32%
5. ข้อมูลด้านอัคคีภัยและการระเบิด (Fire and Explosion Hazard Data)
---5.1 จุดวาบไฟ (Flash Point)---
5.2 ขีดจำกัดการติดไฟ (Flammable limits-LEL) - ค่าต่ำสุด (LEL)% -, ค่าสูงสุด (UEL)%
---5.3 อุณหภูมิที่สามารถติดไฟได้เอง (Autoignition Temperature)
---5.4 การเกิดปฏิกิริยาทางเคมี (Chemical Reactivity)
------- ทำปฏิกิริยารุนแรงกับกรดแก่------- ทำปฏิกิริยากับน้ำ, กรด, ก๊าซไวไฟ และสารออกานิคฮาโลเจน โดยเฉพาะไตรคลอโรเอทิลีน อาจเกิดไฟและระเบิดได้------- ทำปฏิกิริยากับโลหะเช่น อลูมิเนียม ตะกั่ว และสังกะสีทำให้เกิดก๊าซไฮโดรเจนซึ่งไวไฟ------- ทำปฏิกิริยาระเบิดกับสาร Nitro/Chloro Organic Compound
---5.5 สารที่ต้องหลีกเลี่ยงจากกัน (Material to Avoid) สารที่ทำปฏิกิริยาดังกล่าวข้างต้น
---5.6 สารอันตรายที่เกิดจากการสลายตัว (Hazardous Decomposition Products)
6. ข้อมูลเกี่ยวกับอันตรายต่อสุขภาพ (Health Hazard Data)
---6.1 ทางเข้าสู่ร่างกาย (Ways of Exposure)
------- ระบบหายใจ ตา ผิวหนัง ระบบย่อยอาหาร
---6.2 อันตรายเฉพาะที่ (ผิวหนัง ตา เยื่อบุ) (Local Effects(Skin Eyes Moucous Membrane))
------- มีอันตรายต่อผิวหนัง ตา และเยื่อบุ ทำให้ระคายเคืองตาอย่างรุนแรง ปวดแสบและอาจบอดได้ ระคายเคืองต่อผิวหนังและอาจทำให้ไหม้ได้
---6.3 ผลจากการสัมผัสสารที่มากเกินไปในระยะสั้นๆ (Effects of Overexposure Short-term)
------- ระคายเคือง ผิวหนังไหม้ และอาจทำให้ตาบอดได้
---6.4 ผลจากการสัมผัสสารที่มากเกินไปในระยะยาว (Effects of Overexposure Long-term)
------- ผิวหนังแห้งแตกและอักเสบนอกจากนี้ผิวหนังที่ถูกสารกัดอย่างรุนแรงก็อาจเป็นมะเร็งได้
---6.5 ค่ามาตรฐานความปลอดภัย TLV 2 mg/m3 Ceiling
7. มาตรการด้านความปลอดภัย (Safety Measures)
---7.1 ข้อมูลการป้องกันโดยเฉพาะทาง (Special Protection Information)
------7.1.1 การป้องกันไฟและการระเบิด (Fire and Explosion Prevention)
---------- โซดาไฟเป็นสารที่ไม่ติดไฟ (แต่ถ้าไฟไหม้เราสามารถใช้น้ำ, โฟม, ผงเคมีแห้ง หรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ดับไฟ)
------7.1.2 การระบายอากาศ (Ventilation)
---------- โซดาไฟมีสถานะของเหลว และอัตราการระเหยต่ำมาก
------7.1.3 ชนิดของอุปกรณ์ป้องกันทางการหายใจ (Respiratory Protection Type)
------7.1.4 การป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับมือ (Hand Protection)
---------- สวมถุงมือชนิดคลุมถึงศอก หรือชุดคลุมชนิดคลุมทั้งตัวซึ่งทำจาก PVC
------7.1.5 การป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับตา (Eye Protection)
---------- สวมแว่นตากันสารเคมี หรือที่ครอบตา(Goggle)
------7.1.6 การป้องกันอื่นๆ สวมรองเท้าบู๊ทซึ่งทำจาก PVC
---7.2 การปฐมพยาบาล (First Aid)
------7.2.1 กรณีสัมผัสสารเคมีทางผิวหนัง
---------- ถอดชุดที่เปื้อนออกแล้วล้างผิวหนังที่เปื้อนด้วยน้ำอย่างน้อยที่สุด 15 นาที ถ้ายังมีอาการระคายเคือง- ควรไปพบแพทย์
------7.2.2 กรณีสัมผัสสารเคมีทางตา
---------- ล้างตาด้วยน้ำอย่างน้อยที่สุด 15 นาทีระวังอย่าให้น้ำล้างตาไหลเข้าตาข้างที่ไม่ถูกสารแล้วนำส่งแพทย์7.2.3 กรณีสัมผัสสารเคมีโดยการหายใจ
---------- ย้ายผู้ป่วยออกจากที่เกิดเหตุไปที่อากาศบริสุทธิ์ ถ้าหยุดหายใจให้ช่วยหายใจ แล้วนำส่งแพทย์------7.2.4 ข้อมูลเพิ่มเติมในการรักษาพยาบาล(ระบุการรักษาหรือแก้พิษ)---------- กรณีที่กลืนกินสารเคมีเข้าไป ห้ามทำให้อาเจียน ควรให้ผู้ป่วยดื่มนมหรือน้ำใน ปริมาณมากๆ แล้วนำส่งแพทย์
8. ข้อปฏิบัติที่สำคัญ (Special Instructions)
---8.1 การขนย้ายและการจัดเก็บ (Handing and Storing)------- ภาชนะที่ขนย้ายและจัดเก็บต้องแข็งแรงปิดได้สนิทมีฉลากกำกับชัดเจน โดยเก็บในที่อากาศถ่ายเทสะดวก
---8.2 การป้องกันการกัดกร่อนของสารเคมี (Corrosiveness)------- บรรจุในภาชนะที่เป็นวัสดุทนการกัดกร่อน เช่น เหล็กเคลือบผิวด้วยยางกับ PE, PP หรือพลาสติกชนิดอื่น
---8.3 การป้องกันการรั่วและการหก (Spill and Leak Procedures)------- เก็บในภาชนะที่ปิดสนิท และเตรียมถังสำรองไว้
---8.4 การกำจัดสิ่งปฏิกูลที่เกิดจากสารเคมี (Disposal Methods)------- น้ำเสียที่เกิดจากโซดาไฟก่อนทิ้งต้องบำบัดให้เป็นกลางโดยใช้ Hydrochloric/ Sulfuric/ Nitric/ Phosphoric/------- Acetic Acid การทิ้งเป็นไปตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม เพื่อให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
---8.5 การใช้สารดับเพลิง (Extingulishing Media)------- โซดาไฟเป็นสารที่ไม่ติดไฟ แต่ถ้าไฟไหม้เราสามารถใช้น้ำ, โฟม, ผงเคมีแห้ง หรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ดับไฟ
หาข้อมูลเพิ่มเติม เคมีภัณฑ์ ตัวอื่น ๆ ได้ที่ http://www.siampvs.com/th/index.html
5. ข้อมูลด้านอัคคีภัยและการระเบิด (Fire and Explosion Hazard Data)
---5.1 จุดวาบไฟ (Flash Point)---
5.2 ขีดจำกัดการติดไฟ (Flammable limits-LEL) - ค่าต่ำสุด (LEL)% -, ค่าสูงสุด (UEL)%
---5.3 อุณหภูมิที่สามารถติดไฟได้เอง (Autoignition Temperature)
---5.4 การเกิดปฏิกิริยาทางเคมี (Chemical Reactivity)
------- ทำปฏิกิริยารุนแรงกับกรดแก่------- ทำปฏิกิริยากับน้ำ, กรด, ก๊าซไวไฟ และสารออกานิคฮาโลเจน โดยเฉพาะไตรคลอโรเอทิลีน อาจเกิดไฟและระเบิดได้------- ทำปฏิกิริยากับโลหะเช่น อลูมิเนียม ตะกั่ว และสังกะสีทำให้เกิดก๊าซไฮโดรเจนซึ่งไวไฟ------- ทำปฏิกิริยาระเบิดกับสาร Nitro/Chloro Organic Compound
---5.5 สารที่ต้องหลีกเลี่ยงจากกัน (Material to Avoid) สารที่ทำปฏิกิริยาดังกล่าวข้างต้น
---5.6 สารอันตรายที่เกิดจากการสลายตัว (Hazardous Decomposition Products)
6. ข้อมูลเกี่ยวกับอันตรายต่อสุขภาพ (Health Hazard Data)
---6.1 ทางเข้าสู่ร่างกาย (Ways of Exposure)
------- ระบบหายใจ ตา ผิวหนัง ระบบย่อยอาหาร
---6.2 อันตรายเฉพาะที่ (ผิวหนัง ตา เยื่อบุ) (Local Effects(Skin Eyes Moucous Membrane))
------- มีอันตรายต่อผิวหนัง ตา และเยื่อบุ ทำให้ระคายเคืองตาอย่างรุนแรง ปวดแสบและอาจบอดได้ ระคายเคืองต่อผิวหนังและอาจทำให้ไหม้ได้
---6.3 ผลจากการสัมผัสสารที่มากเกินไปในระยะสั้นๆ (Effects of Overexposure Short-term)
------- ระคายเคือง ผิวหนังไหม้ และอาจทำให้ตาบอดได้
---6.4 ผลจากการสัมผัสสารที่มากเกินไปในระยะยาว (Effects of Overexposure Long-term)
------- ผิวหนังแห้งแตกและอักเสบนอกจากนี้ผิวหนังที่ถูกสารกัดอย่างรุนแรงก็อาจเป็นมะเร็งได้
---6.5 ค่ามาตรฐานความปลอดภัย TLV 2 mg/m3 Ceiling
7. มาตรการด้านความปลอดภัย (Safety Measures)
---7.1 ข้อมูลการป้องกันโดยเฉพาะทาง (Special Protection Information)
------7.1.1 การป้องกันไฟและการระเบิด (Fire and Explosion Prevention)
---------- โซดาไฟเป็นสารที่ไม่ติดไฟ (แต่ถ้าไฟไหม้เราสามารถใช้น้ำ, โฟม, ผงเคมีแห้ง หรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ดับไฟ)
------7.1.2 การระบายอากาศ (Ventilation)
---------- โซดาไฟมีสถานะของเหลว และอัตราการระเหยต่ำมาก
------7.1.3 ชนิดของอุปกรณ์ป้องกันทางการหายใจ (Respiratory Protection Type)
------7.1.4 การป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับมือ (Hand Protection)
---------- สวมถุงมือชนิดคลุมถึงศอก หรือชุดคลุมชนิดคลุมทั้งตัวซึ่งทำจาก PVC
------7.1.5 การป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับตา (Eye Protection)
---------- สวมแว่นตากันสารเคมี หรือที่ครอบตา(Goggle)
------7.1.6 การป้องกันอื่นๆ สวมรองเท้าบู๊ทซึ่งทำจาก PVC
---7.2 การปฐมพยาบาล (First Aid)
------7.2.1 กรณีสัมผัสสารเคมีทางผิวหนัง
---------- ถอดชุดที่เปื้อนออกแล้วล้างผิวหนังที่เปื้อนด้วยน้ำอย่างน้อยที่สุด 15 นาที ถ้ายังมีอาการระคายเคือง- ควรไปพบแพทย์
------7.2.2 กรณีสัมผัสสารเคมีทางตา
---------- ล้างตาด้วยน้ำอย่างน้อยที่สุด 15 นาทีระวังอย่าให้น้ำล้างตาไหลเข้าตาข้างที่ไม่ถูกสารแล้วนำส่งแพทย์7.2.3 กรณีสัมผัสสารเคมีโดยการหายใจ
---------- ย้ายผู้ป่วยออกจากที่เกิดเหตุไปที่อากาศบริสุทธิ์ ถ้าหยุดหายใจให้ช่วยหายใจ แล้วนำส่งแพทย์------7.2.4 ข้อมูลเพิ่มเติมในการรักษาพยาบาล(ระบุการรักษาหรือแก้พิษ)---------- กรณีที่กลืนกินสารเคมีเข้าไป ห้ามทำให้อาเจียน ควรให้ผู้ป่วยดื่มนมหรือน้ำใน ปริมาณมากๆ แล้วนำส่งแพทย์
8. ข้อปฏิบัติที่สำคัญ (Special Instructions)
---8.1 การขนย้ายและการจัดเก็บ (Handing and Storing)------- ภาชนะที่ขนย้ายและจัดเก็บต้องแข็งแรงปิดได้สนิทมีฉลากกำกับชัดเจน โดยเก็บในที่อากาศถ่ายเทสะดวก
---8.2 การป้องกันการกัดกร่อนของสารเคมี (Corrosiveness)------- บรรจุในภาชนะที่เป็นวัสดุทนการกัดกร่อน เช่น เหล็กเคลือบผิวด้วยยางกับ PE, PP หรือพลาสติกชนิดอื่น
---8.3 การป้องกันการรั่วและการหก (Spill and Leak Procedures)------- เก็บในภาชนะที่ปิดสนิท และเตรียมถังสำรองไว้
---8.4 การกำจัดสิ่งปฏิกูลที่เกิดจากสารเคมี (Disposal Methods)------- น้ำเสียที่เกิดจากโซดาไฟก่อนทิ้งต้องบำบัดให้เป็นกลางโดยใช้ Hydrochloric/ Sulfuric/ Nitric/ Phosphoric/------- Acetic Acid การทิ้งเป็นไปตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม เพื่อให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
---8.5 การใช้สารดับเพลิง (Extingulishing Media)------- โซดาไฟเป็นสารที่ไม่ติดไฟ แต่ถ้าไฟไหม้เราสามารถใช้น้ำ, โฟม, ผงเคมีแห้ง หรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ดับไฟ
หาข้อมูลเพิ่มเติม เคมีภัณฑ์ ตัวอื่น ๆ ได้ที่ http://www.siampvs.com/th/index.html
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)








