วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2552

โซเดียมไฮโปคลอไรต์

1. รายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ (Product Data)
ชื่อทางการค้า โซเดียมไฮโปคลอไรต์
ชื่อทางเคมี Hypochlorous Acid, Sodium Salt
สูตรทางเคมี NaOCl
การใช้ประโยชน์ ฆ่าเชื้อ, ฟอกสีผ้า, สารสำหรับซักฟอกทั่วๆ ไป
ปริมาณสูงสุดที่มีไว้ในครอบครอง ระหว่าง 140 เมตริกตัน
ผู้ผลิต/ผู้นำเข้า บริษัท สยาม พีวีเอส เคมิคอลส์ จำกัด
ที่อยู่ 403 นิคมอุตสาหกรรมบางปู ถ.สุขุมวิท ต.แพรกษา อ.เมือง
จ.สมุทรปราการ10280 โทรศัพท์ 02 323 9980-1
โทรสาร 02 323 9188
2. การจำแนกสารเคมีอันตราย (Chemical Classification)
U.N. Number 1791
CAS No 7681-52-9

3. ข้อมูลทางกายภาพและเคมี (Physical and Chemical Data)
จุดเดือด (Boiling Point °C) สลายตัวที่ > 110° C (230° F) @ 760 mmHg
จุดหลอมเหลว 0 °C (Melting Point °C) ND
ความดันไอ (Vapour pressure) NA
การละลายได้ในน้ำ (Solubility in Water) ละลายน้ำได้ดี (100% wt)
ความถ่วงจำเพาะ(Specific Gravity (H2O = 1.0)) 1.27
อัตราการระเหย (Evaporating Rate) NA
ลักษณะสี และกลิ่น(Appearance Colour and Odor) ของเหลวใสสีเหลืองอ่อนหรือสีเหลืองเขียว
มีกลิ่นฉุนเหมือนคลอรีน
ความเป็นกรดด่าง (pH-value) เป็นด่าง pH 12 @ 100 gm/l
5. ข้อมูลด้านอัคคีภัยและการระเบิด (Fire and Explosion Hazard Data)
5.1 จุดวาบไฟ (Flash Point) : NA
5.2 ขีดจำกัดการติดไฟ (Flammable limits-LEL): ค่าต่ำสุด (LEL)%: NA ค่าสูงสุด (UEL)%: NA
5.3 อุณหภูมิที่สามารถติดไฟได้เอง (Autoignition Temperature) : NA
5.4 การเกิดปฏิกิริยาทางเคมี (Chemical Reactivity)
ทำปฏิกิริยากับโลหะหนัก, กรด, อีเธอร์, แอมโมเนีย, Reducing Agents และสารอินทรีย์
ทำปฏิกิริยากับเมธานอล จะได้เมธิลไฮโปคลอไรต์
ทำปฏิกิริยากับสารประกอบไนโตรเจน จะได้สารเคมีที่สามารถติดไฟได้
ทำปฏิกิริยากับเกลือแอมโมเนีย จะได้ไนโตรเจนไตรคลอไรด์ (NCl3)
ทำปฏิกิริยากับกรดไฮโดรคลอริค จะได้ก๊าซคลอรีน---5.5 สารที่ต้องหลีกเลี่ยงจากกัน (Material to Avoid)
สารที่ทำปฏิกิริยาดังกล่าวข้างต้น เช่น โลหะหนัก, กรด, อีเธอร์, แอมโมเนีย, Reducing Agents และสารอินทรีย์
5.6 สารอันตรายที่เกิดจากการสลายตัว (Hazardous Decomposition Products)
6. ข้อมูลเกี่ยวกับอันตรายต่อสุขภาพ (Health Hazard Data)
6.1 ทางเข้าสู่ร่างกาย (Ways of Exposure)
ระบบทางเดินหายใจ ตา ผิวหนัง ระบบย่อยอาหาร(ปาก)
6.2 อันตรายเฉพาะที่ (ผิวหนัง ตา เยื่อบุ) (Local Effects(Skin Eyes Moucous Membrane)
มีอันตรายต่อผิวหนัง ตา และเยื่อบุ ทำให้ระคายเคืองตาอย่างรุนแรง กัดกร่อนเนื้อเยื่อตาปวดแสบ และอาจทำให้ไหม้ได้
ระคายเคืองต่อผิวหนังอย่างรุนแรงและอาจทำให้เกิดแผลไหม้
6.3 ผลจากการสัมผัสสารที่มากเกินไปในระยะสั้นๆ (Effects of Overexposure Short-term)
มีฤทธิ์กัดกร่อนทำให้เกิดการระคายเคืองต่อตา ผิวหนัง และระบบทางเดินหายใจอย่างรุนแรง ถ้าสูดดมหรือหายใจเข้าไป จะทำให้เกิดอันตรายต่อปอด อาจทำให้ปอดอักเสบได้ และอาจทำให้ปากและระบบย่อยอาหารไหม้ได้ เกิดการเจ็บปวด แสบที่ท้อง
6.4 ผลจากการสัมผัสสารที่มากเกินไปในระยะยาว (Effects of Overexposure Long-term)
ไม่มีข้อมูลปรากฎ
6.5 ค่ามาตรฐานความปลอดภัย TLV : NA
7. มาตรการด้านความปลอดภัย (Safety Measures)
7.1 ข้อมูลการป้องกันโดยเฉพาะทาง (Special Protection Information)
7.1.1 การป้องกันไฟและการระเบิด (Fire and Explosion Prevention)
สามารถใช้สเปรย์น้ำ, ผงเคมีแห้ง,โฟม หรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในการดับไฟ
7.1.2 การระบายอากาศ (Ventilation)
ให้ติดตั้งระบบระบายอากาศเฉพาะที่ไว้ในที่โล่งแจ้ง
7.1.3 ชนิดของอุปกรณ์ป้องกันทางการหายใจ (Respiratory Protection Type)
ใส่หน้ากากป้องกันสารเคมี เช่น หน้ากากช่วยหายใจแบบครึ่งหน้าที่ใช้ไส้กรองคู่ (Half Mask), หน้ากากช่วยหายใจ
แบบเต็มหน้าไส้กรองเฉพาะ (Full Face Mask-Canister Respirator) หรือเครื่องช่วยหายใจ(SCBA) เมื่อเข้าไปใน บริเวณที่มีสารเคมี
7.1.4 การป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับมือ (Hand Protection)
สวมถุงมือชนิดคลุมถึงศอก สวมถุงมือยาง ถุงมือที่ทำจาก Neoprene หรือ Vinyl
7.1.5 การป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับตา (Eye Protection)
สวมแว่นตากันสารเคมี, แว่นตานิรภัยชนิดที่มีกระบังข้าง หรือที่ครอบตา(Goggles)
7.1.6 การป้องกันอื่นๆ
สวมรองเท้าบู๊ทหัวเหล็กและชุดกันสารเคมี
7.2 การปฐมพยาบาล (First Aid)
7.2.1 กรณีสัมผัสสารเคมีทางผิวหนัง
ถอดชุดและร้องเท้าที่เปื้อนออก แล้วล้างผิวหนังที่เปื้อนด้วยน้ำเย็นหรือน้ำสบู่ ควรรีบนำส่งแพทย์ ควรทำความสะอาด
ชุดก่อนที่จะนำกลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง
7.2.2 กรณีสัมผัสสารเคมีทางตา
ล้างตาด้วยน้ำอย่างน้อยที่สุด15นาทีระวังอย่าให้น้ำล้างตาไหลเข้าเยื่อบุตา และตาข้างที่ไม่ถูกสารเคมี เพื่อให้ได้ผล มากที่สุด ควรรีบล้างตาทันทีที่สัมผัสสารเคมี แล้วรีบนำส่งแพทย์โดยเร็ว
7.2.3 กรณีสัมผัสสารเคมีโดยการหายใจ
เคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากที่เกิดเหตุไปยังที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ ถ้าเกิดอาการหายใจติดขัด ให้รีบให้อ๊อกซิเจน แต่ถ้าหยุดหายใจ ให้ช่วยหายใจโดยวิธีเป่าปาก แล้วรีบนำส่งแพทย์โดยเร็ว
7.2.4 ข้อมูลเพิ่มเติมในการรักษาพยาบาล (ระบุการรักษาหรือแก้พิษ)
กรณีที่กลืนกินสารเคมีเข้าไป ห้ามทำให้อาเจียน ควรให้ผู้ป่วยดื่มนม, Gelatin Solution หรือน้ำในปริมาณมากๆ เพื่อ เจือจางสารเคมีในกระเพาะอาหาร ถ้าผู้ป่วยอาเจียนให้จัดช่องทางเดินหายใจให้สะดวก เช่น ถ้าผู้ป่วยมีฟันปลอม ให้ถอดออก และให้ดื่มนม, Gelatin Solution หรือน้ำในปริมาณที่มากขึ้นกว่าเดิม แล้วรีบนำส่งแพทย์
8. ข้อปฏิบัติที่สำคัญ (Special Instructions)
8.1 การขนย้ายและการจัดเก็บ (Handing and Storing)
ภาชนะมีฉลากกำกับชัดเจน ภาชนะที่ขนย้ายและจัดเก็บต้องแข็งแรง อย่าจัดเก็บไว้ใกล้สารเคมีที่สามารถทำให้เกิดปฏิกิริยาขึ้นได้ ถ้าภาชนะปิดสนิท จะทำให้เกิดความร้อน ควรให้มีรูระบายอย่านำไปผสมหรือปนเปื้อนกับกรด,อีเธอร์,แอมโมเนีย, แอลกอฮอล์, หรือ Hydrocarbons อย่านำภาชนะที่ปนเปื้อนสารเคมีกลับมาใช้บรรจุสารเคมีอื่น
8.2 การป้องกันการกัดกร่อนของสารเคมี (Corrosiveness)
ไม่ควรเก็บสารเคมีรวมกับกรด โลหะ หรือสารที่อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาได้
8.3 การป้องกันการรั่วและการหก (Spill and Leak Procedures)
ระวังอย่าทำสารเคมีหกไปในท่อระบายน้ำหรือท่อไอน้ำ ควรใช้น้ำล้างให้มากที่สุด เพื่อช่วยในการเจือจาง และปั๊มสารเข้าไปบรรจุไว้ใน Polyethylene Container ควรหลีกเลี่ยงความร้อนและการปนเปื้อนกับวัตถุที่เป็นกรด อย่าใช้วัสดุที่สามารถติดไฟได้ เช่น ขี้เลื่อย ในการดูดซับสารเคมี
8.4 การกำจัดสิ่งปฏิกูลที่เกิดจากสารเคมี (Disposal Methods)
น้ำเสียที่เกิดจากโซเดียมไฮโปคลอไรต์ก่อนทิ้งต้องบำบัดให้เป็นกลางโดยใช้ Bisulfites หรือ Ferrous Salt Solutions ซึ่งเป็นปฏิกิริยาคายความร้อน แล้วเจือจางด้วยน้ำ การทิ้งต้องเป็นไปตามกฏหมายเพื่อให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
8.5 การใช้สารดับเพลิง (Extinguishing Media)
สามารถใช้สเปรย์น้ำ, ผงเคมีแห้ง, โฟม, ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หรือสารดับเพลิงอื่นๆ ขึ้นกับวัสดุหรือวัตถุที่อยู่รอบๆ ไฟนั้น


หาข้อมูลเพิ่มเติม เคมีภัณฑ์ ตัวอื่น ๆ ได้ที่ http://www.siampvs.com/th/index.html

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น