กรดเกลือ 35%
1. รายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ (Product Data)
ชื่อทางการค้า กรดเกลือ 35%
ชื่อทางเคมี Hydrochloric Acid
สูตรทางเคมี HCl
การใช้ประโยชน์
ใช้ในการผลิตสารประกอบคลอไรด์, บำบัดน้ำเสีย, กัดสนิมเหล็ก, ทำปฏิกิริยาในขบวนการผลิตโดยทั่วไปใช้ในห้องปฏิบัติการและใช้ในการแยกหรือทำให้แร่ธาตุบริสุทธิ์ เช่น แร่ดีบุก แทนทาลัม
ปริมาณสูงสุดที่มีไว้ในครอบครอง ระหว่าง 1,800 เมตริกตัน
ผู้ผลิต/ผู้นำเข้า บริษัท สยาม พีวีเอส เคมิคอลส์ จำกัด
ที่อยู่
403 นิคมอุตสาหกรรมบางปู ถ.สุขุมวิท ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ10280 โทรศัพท์ 02 323 9980-1 โทรสาร 02 323 9188
2. การจำแนกสารเคมีอันตราย (Chemical Classification)
U.N. Number 1789
CAS No 7647-01-0
3. สารประกอบที่เป็นอันตราย (Hazardous Ingredients)
ชื่อสารเึคมี(Substances) กรดเกลือ 35%
4. ข้อมูลทางกายภาพและเคมี (Physical and Chemical Data)
จุดเดือด (Boiling Point °C) 65.6-110° C
จุดหลอมเหลว 0 °C (Melting Point °C) -53° C
ความดันไอ (Vapour pressure) 78 mmHg @ 20° C
การละลายได้ในน้ำ (Solubility in Water) สมบูรณ์
ความถ่วงจำเพาะ(Specific Gravity (H2O = 1.0)) 1.16 @ 30° C
อัตราการระเหย (Evaporating Rate) <1.00
ลักษณะสี และกลิ่น(Appearance Colour and Odor) ใส ไม่มีสี มีกลิ่นฉุนแสบจมูก
ความเป็นกรดด่าง (pH-value) เป็นกรด pH < 0
5. ข้อมูลด้านอัคคีภัยและการระเบิด (Fire and Explosion Hazard Data)
---5.1 จุดวาบไฟ (Flash Point)
------5.2 ขีดจำกัดการติดไฟ (Flammable limits-LEL): ค่าต่ำสุด (LEL)%: NA , ค่าสูงสุด (UEL)%: NA
------5.3 อุณหภูมิที่สามารถติดไฟได้เอง (Autoignition Temperature)
------5.4 การเกิดปฏิกิริยาทางเคมี (Chemical Reactivity)
---------- ทำปฏิกิริยารุนแรงกับด่างแก่และทำให้เกิดความร้อน เช่น ไฮดรอกไซด์, คาร์บอเนต
---------- ทำปฏิกิริยากับโลหะทำให้เกิดก๊าซไฮโดรเจนซึ่งติดไฟได้
---------- ทำปฏิกิริยากับ Phosphide เกิดก๊าซพิษ Phosphine
---------- ทำปฏิกิริยากับสาร Acetylide, Boride, Carbide เกิดความร้อนสูงและเปลวไฟ
---------- ทำปฏิกิริยากับสาร Cyanide, Sulfide เกิดก๊าซอันตราย
------5.5 สารที่ต้องหลีกเลี่ยงจากกัน (Material to Avoid)
---------- สารที่ทำปฏิกิริยาดังกล่าวข้างต้น
------5.6 สารอันตรายที่เกิดจากการสลายตัว (Hazardous Decomposition Products)
---------- ก๊าซไฮโดรเจนคลอไรด์
6. ข้อมูลเกี่ยวกับอันตรายต่อสุขภาพ (Health Hazard Data)
------6.1 ทางเข้าสู่ร่างกาย (Ways of Exposure)
---------- ระบบหายใจ ตา ผิวหนัง ระบบย่อยอาหาร
------6.2 อันตรายเฉพาะที่ (ผิวหนัง ตา เยื่อบุ) (Local Effects(Skin Eyes Moucous Membrane)
---------- มีอันตรายต่อผิวหนัง ตา และเยื่อบุ ทำให้ระคายเคืองตาอย่างรุนแรง ปวดแสบและอาจบอดได้
---------- ระคายเคืองต่อผิวหนังและอาจทำให้ไหม้ได้
------6.3 ผลจากการสัมผัสสารที่มากเกินไปในระยะสั้นๆ (Effects of Overexposure Short-term)
------6.4 ผลจากการสัมผัสสารที่มากเกินไปในระยะยาว (Effects of Overexposure Long-term)
---------- หากได้รับเป็นเวลานานจะทำให้ตาบอดได้ และเป็นเหตุของโรคผิวหนังเรื้อรัง รวมทั้งทำให้เกิดโรคฟันผุ
------6.5 ค่ามาตรฐานความปลอดภัย TLV 7 mg/m3 หรือ 5 ppm
7. มาตรการด้านความปลอดภัย (Safety Measures)
---7.1 ข้อมูลการป้องกันโดยเฉพาะทาง (Special Protection Information)
------7.1.1 การป้องกันไฟและการระเบิด (Fire and Explosion Prevention)
---------- กรดเกลือเป็นสารที่ไม่ติดไฟ (แต่ถ้าไฟไหม้เราสามารถใช้น้ำ,โฟม,ผงเคมีแห้ง หรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ดับไฟ)
------7.1.2 การระบายอากาศ (Ventilation)
---------- ห้ามปล่อยสู่บรรยากาศ ต้องมีหน่วยดูดกลืนไอกรดที่ระเหยออกจากภาชนะบรรจุ (HCl Vapour Scrubber)
------7.1.3 ชนิดของอุปกรณ์ป้องกันทางการหายใจ (RespiratorynProtection Type)
---------- กรณีที่ความเข้มข้นในอากาศต่ำ สวมหน้ากากชนิดป้องกันก๊าซชนิดคลุมทั้งหน้า แต่ถ้ามีความเข้มข้นของไอกรดมาก ต้องสวมหน้ากาก พร้อมถังบรรจุอากาศ
------7.1.4 การป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับมือ (Hand Protection)
---------- สวมถุงมือชนิดคลุมถึงศอก หรือชุดคลุมชนิดคลุมทั้งตัวซึ่งทำจาก PVC
------7.1.5 การป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับตา (Eye Protection)
---------- สวมแว่นตากันสารเคมี หรือที่ครอบตา(Goggle)
------7.1.6 การป้องกันอื่นๆ
---------- สวมรองเท้าบู๊ทซึ่งทำจาก PVC---7.2 การปฐมพยาบาล (First Aid)
------7.2.1 กรณีสัมผัสสารเคมีทางผิวหนัง
---------- ถอดชุดที่เปื้อนออก แล้วล้างผิวหนังที่เปื้อนด้วยน้ำอย่างน้อยที่สุด 15 นาที ถ้ายังมีอาการระคายเคือง
---------- ควรไปพบแพทย์
------7.2.2 กรณีสัมผัสสารเคมีทางตา
---------- ล้างตาด้วยน้ำอย่างน้อยที่สุด 15 นาที ระวังอย่าให้น้ำล้างตาไหลเข้าตาข้างที่ไม่ถูกสารแล้วนำส่งแพทย์
------7.2.3 กรณีสัมผัสสารเคมีโดยการหายใจ
---------- ย้ายผู้ป่วยออกจากที่เกิดเหตุไปที่อากาศบริสุทธิ์ ถ้าหยุดหายใจให้ช่วยหายใจ แล้วนำส่งแพทย์
------7.2.4 ข้อมูลเพิ่มเติมในการรักษาพยาบาล (ระบุการรักษาหรือแก้พิษ)
---------- กรณีที่กลืนกินสารเคมีเข้าไป ห้ามทำให้อาเจียน ควรให้ผู้ป่วยดื่มนม หรือน้ำใน ปริมาณมากๆ แล้วนำส่งแพทย์
8. ข้อปฏิบัติที่สำคัญ (Special Instructions)
---8.1 การขนย้ายและการจัดเก็บ (Handing and Storing)
------ ภาชนะที่ขนย้ายและจัดเก็บต้องแข็งแรง ปิดได้สนิท มีฉลากกำกับชัดเจน โดยเก็บในที่อากาศถ่ายเทสะดวก
---8.2 การป้องกันการกัดกร่อนของสารเคมี (Corrosiveness)
------ บรรจุในภาชนะที่เป็นวัสดุทนการกัดกร่อน เช่น เหล็กเคลือบผิวด้วยยางกับ PE, PP หรือพลาสติกชนิดอื่น
---8.3 การป้องกันการรั่วและการหก (Spill and Leak Procedures)
------ เก็บในภาชนะที่ปิดสนิท และเตรียมถังสำรองไว้ ในกรณีที่มีการรั่วไหล ต้องทำลายสภาพกรดโดยใช้โซดาแอชหรือปูนขาว---8.4 การกำจัดสิ่งปฏิกูลที่เกิดจากสารเคมี (Disposal Methods)
------ น้ำเสียที่เกิดจากกรดเกลือ ก่อนทิ้งต้องบำบัดให้เป็นกลางโดยใช้โซดาไฟ หรือปูนขาวการทิ้งเป็นไปตาม
------ กฏหมายสิ่งแวดล้อมเพื่อให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
---8.5 การใช้สารดับเพลิง (Extinguishing Media)
------ กรดเกลือเป็นสารที่ไม่ติดไฟ แต่ถ้าไฟไหม้เราสามารถใช้น้ำ,โฟม, ผงเคมีแห้ง หรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ดับไฟ
หาข้อมูลเพิ่มเติม เคมีภัณฑ์ ตัวอื่น ๆ ได้ที่ http://www.siampvs.com/th/index.html
วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2552
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น